ไฟลามทุ่ง“ม็อบปลดแอก”?

@ปรากฏการณ์การชุมนุมของกลุ่มปลดแอกที่ม.ธรรมศาสตร์รังสิตที่ยกระดับอย่างมีนัยยะสำคัญทั้งระดับการเรียกร้องทางการเมือง 3 ข้อเดิม เป็น10ข้อเรียกร้อง และทั้งรูปแบบยุทธวิธีการจัดการการชุมนุมที่มีอาชีวะมาเป็นการ์ดมีเวทีมีการจัดระบบรักษาความปลอดภัย ที่คู่ขนานกันไปกับปรากฏการณ์ม็อบอาชีวะปกป้องสถาบัน ที่ยกระดับเช่นกันโดยการเปิดหน้าเป็นทางการของตัวละครคนคุ้นเคยในแวดวงกปปส.ของลุงกำนันสมัยปี2557 ที่เรียกระดมอย่างพล.ท.นันทเดช ประกบม็อบเด็กปลดแอกที่หน้ารัฐสภาฯ…

@และสถานการณ์ยิ่งเร้าหนักเมื่อปรากฏภาพและเนื้อหาบางอย่างบนเวทีที่ยังคงมีอานนท์ นำภาที่ตำรวจเคยจับและอยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวมาไฮปาร์ค เผยแพร่ออกมา ที่ทำให้เกิดทัวร์ลงผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งอธิการบดี และรวมถึงรองอธิการอย่างปริญญา เทวานฤมิตรกุลที่เคยเป็นอดีตแกนนำนักศึกษา สนนท.ร่วมกับพล.ต.จำลอง ศรีเมืองปลุกม็อบนักศึกษาและคนชั้นกลาง ไล่รัฐบาล รสช.””บิ๊กสุ””พล.อ.สุจินดา คราประยูรจนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ35

@ที่เหตุการณ์ ณ พ.ศ.ปัจจุบัน กับภาพการไหลไปสู่ความขัดแย้งนำพามาซึ่งความห่วงใยกังวลจากหลายฝ่าย ที่อยู่คนละขั้วข้างทางความคิด ว่าสถานการณ์จะนำพาไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงแบบ 6 ตุลา 19 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียวได้ตลาดเวลาจากนี้ไป โดยเฉพาะภาพการออกมากดดันให้ผู้บริหารธรรมศาสตร์ออกมารับผิดชอบ ของหมอเหรียญทองและการทยอยออกมาของตัวละครหลายตัวที่มาในแนวเดียวกันเช่นหมอวรงค์แกนนำต้านกลุ่มชังชาติ ไม่นับรวมถึงการผลิตชุดข้อมูลแผนผังเครือข่ายเยาวชนปลดแอกออกมาเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ตัวละครเดิมฝั่งม็อบเสื้อแดงและกลุ่มนักวิชาการ

@ที่ภาพดังกล่าวทำให้ หลายฝ่ายที่เป็นผู้อาวุโสที่เคยผ่านเหตุการณ์ ตุลาเลือดในอดีต ที่มีบทบาททั้งฝ่ายทางการและฝ่ายนักศึกษา ที่ปัจจุบันทั้งอยู่ฟากข้างเดียวกันและคนละฟากข้างความคิด ล้วนกังวลและห่วงใยเด็กๆและบ้านเมืองรวมถึงสภาบัน ในจังหวะที่สถานการณ์โลก และประเทศก็ยังอยู่ในอาการน่าห่วงจากพิษภัยของโรคระบาด และวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่นับรวมถึงสถานการณ์ความมั่นคงโลกกับความขัดแย้งของมหาอำนาจ2ซีกโลกจีนสหรัฐที่สำแดงผ่านสงคราม การสร้างสถานการณ์ต่างๆในประเทศตะวันออกกลาง ที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินอย่างกังวลถึงปัจจัยที่จะนำมาสู่การแทรกซ้อนและแทรกซึม แบบสงครามตัวแทนในอดีต อย่างที่ไทยเคยถูกลากดึงเข้าไปในสงครามอินโดจีนกับบรรดาประเทศรอบๆ

@ที่ความห่วงที่ว่าสะท้อนภาพผ่าน สว.หลายคนไม่ว่าจะเป็นคำนูน สิทธิสมานหรือวันชัย สอนศิริที่เคยผ่านเหตุการณ์ในฐานะนักศึกษายุคนั้น โดยเสนอให้ลุงขอเปิดรัฐสภาตามม.165 อภิปรายหารือในการแก้ปัญหาขัดแย้งตาม3ข้อเรียกร้องของม็อบปลดแอก ขณะที่ลุงเองก็เหมือนหนังหน้าไฟที่ถูกมองว่าหากไม่เทคแอ๊คชั่นก็จะถูกว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่หากสั่งการให้จัดการตามกฎหมายเพียวๆ กับม็อบเด็กก็จะเกิดผลกระทบวุ่นวายเช่นกัน

@ดังนั้นท่าทีวันนี้(11ส.ค.)ของลุงจึงต้องส่งสัญญาณปรามแรงว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ์ แต่การชุมนุมที่ธรรมศาสตร์เมื่อวาน(10ส.ค.) เกินเลยมากๆ ก่อนจะถามนักข่าวว่าเป็นอย่างไรและมีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะอยากให้สื่อได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยและเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากมีคนที่เดือดร้อนและรอการแก้ไขอยู่มากมาย ไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นใหม่ ก่อนปรามว่า ถ้าจะชุมนุมในวันพรุ่งนี้จะมีความผิดตามกฎหมาย และว่า หากการชุมนุมมีความเกินเลยมาก แล้วจะทำอย่างไร กฎหมายอยู่ตรงไหน และอย่าพูดว่าเอากฎหมายไปกดทับ เพราะถ้าละเมิดกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษกันทุกคน ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะเสียหาย ถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องช่วยกันดูแลสถาบันต่างๆ โดยทุกอย่างจะมาลงที่นายกรัฐมนตรีคนเดียวไม่ได้ เพราะประเทศชาติเป็นของทุกคน

@เรียกว่าดูทรงแล้วลุงไม่น่ายอมให้ล้ำเส้นลุกลามมากกว่าคืนวาน แถมยังขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันเป็นหูเป็นตาไม่ใช่อยู่ที่นายกฯคนเดียว ที่ท่าทีดังว่าทำให้เข้าแก๊ปกับอาการกระเพื่อมของฝ่ายตรงข้ามทางความคิดกับนักศึกษาม็อบปลดแอก ที่ล่าสุดเริ่มมีการขู่แรงผ่านสื่อแล้วถึงผลลัพธ์ที่เด็กจะต้องเจอ ที่ทำให้อดีตกุนซือรองนายกฯเตือนว่าฝ่ายเกี่ยวข้องไม่ควรใช้ไฟในการดับไฟเพราะจะเป็นอันตรายกับบ้านเมืองในที่สุด

ข่าวน่าสนใจ

Close