Field of Dreams ฝันให้ไกล…ไปให้ถึง

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

หยิบเอาหนังเก่าๆมาแนะนำไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบเรื่อง…จนหวิดๆจะ “หมดสต็อค” เข้าไปทุกที แต่ก็เอาเถอะ…ในฐานะที่โตๆขึ้นมาได้ในทุกวันนี้ ไม่ว่า “หนัง” หรือ “หนังสือ” ล้วนมีส่วนอุ้มชู ดูแล ให้อาหารด้าน “สมอง” และ “วิญญาน” ของตัวเอง มาเป็นจำนวนไม่น้อย เลยคงต้องทำหน้าที่แจกจ่าย เจือจาน เสนอแนะอาหารสมอง อาหารทางจิตวิญญาน ให้ใครต่อใครลองขวนขวายไปหารับประทานกันต่อ จนกว่าจะหมดสต็อค หมดไฟ กันไปเองนั่นแล…

สำหรับสัปดาห์นี้…ลองมาว่ากันถึงหนังอีกเรื่องหนึ่ง ออกฉายเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว คือปีค.ศ.1989 ชื่อภาษาปะกิตว่า “Field of Dreams” ตอนเอามาฉายในเมืองไทย ดูเหมือนจะให้ชื่อเอาไว้ว่า “ทุ่งแห่งความฝัน” อะไรประมาณนั้น แม้ว่าเป็นหนังที่ออกจะ “ดูยาก” อยู่ซักหน่อย คือประเภทลุกออกมาจากโรงแล้ว ยังหนีไม่พ้นต้องหันมาถามกันไปกันมา ว่าหนังมันว่าอะไร…หรือมันพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่!!! ด้วยลักษณะอาการทำนองนี้…จึงค่อนข้างแน่อยู่แล้วว่า คงไม่ใช่ “หนังทำเงิน” แต่ที่น่าสนใจเอามากๆก็คือว่า ถือเป็น “หนังทำกล่อง” หรือเป็นหนังที่กวาดเอารางวัลอะไรต่อมิอะไรเอาไว้เยอะแยะ มากมาย ทีเดียวเจียว ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในฐานะหนังยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม ผู้เขียนบนยอดเยี่ยม ฯลฯ และปัจจุบันก็ได้รับการจารึกชื่อเอาไว้ในทำเนียบสถาบัน “US. National Film Registry” ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น…มันคงต้องมีอะไรดีอยู่มั่ง พอที่น่าจะขวนขวายไปหาดู หาชม กันตามสภาพ…

และแน่นอนว่า…สำหรับ “อันตัวข้าพเจ้าเอง” ก็ได้จารึกชื่อหนังเรื่องนี้เอาไว้ในฐานะ “หนังโดนใจ” อีกเรื่องหนึ่ง อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ด้วยเหตุเพราะมันออกจะเป็นอะไรที่ตรงกับ “ใจ” ตรงกับ “อารมณ์ความรู้สึก” ของตัวเองอย่างเป็นพิเศษ แม้ว่าโดยพล๊อตเรื่อง โครงเรื่อง มันอาจออกไปทาง…ง่ายๆและงงๆ อยู่พอสมควร คือเป็นเรื่องของชาวไร่-ชาวนาในฟาร์มเล็กๆแห่งหนึ่ง แถวๆรัฐไอโอวา ที่เคยมีปมปัญหาความคิด ความขัดแย้ง กับบิดาผู้วายชนม์ไปแล้ว ผู้ได้ชื่อว่าเป็น “แฟนกีฬาเบสบอล” ตัวยง ซึ่งได้ทิ้งไร่ ทิ้งฟาร์ม เอาไว้ให้ตัวเองสานต่อ ปลูกข้าวโพดเอาไว้เป็นไร่ๆชนิดสุดลูกหู ลูกตา แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จกับการเป็น “เกษตรกร” เป็นชาวนา ชาวไร่ แต่อย่างใด ตรงกันข้าม…กำลังใกล้ถูกธนาคารยึดที่ ยึดทาง หมดอนาคต หมดความหวัง ความปรารถนา ต้องการ สิ่งต่างๆในชีวิตทั้งชีวิตเอาง่ายๆ…

แต่ด้วยลีลาของเนื้อเรื่อง…ที่ออกไปทาง “แฟนตาซี” อยู่พอประมาณ จึงทำให้จู่ๆวันหนึ่ง เกษตรกรไร่ข้าวโพดผู้มีนามกรว่า “เรย์คินเซลลา” (Ray Kinsella)ที่มีพระเอกชื่อดังอย่าง “เควิน คอสเนอร์” (Kevin Costner)รับบทเป็นตัวแสดง ก็ดันได้ยินเสียงกระซิบแปลกๆเข้าหูอยู่แทบตลอดเวลา เป็นเสียงกระซิบที่เปล่งข้อความเอาไว้ว่า “ถ้าคุณสร้าง…แล้วเขาจะมา” (If you build it, he will come) กระซิบไป กระซิบมา เข้าบ่อยๆ…ชาวนาอย่าง “เรย์ คินเซลลา” เลยตัดสินใจไถไร่ข้าวโพดทิ้ง แปลงสภาพให้กลายเป็น “สนามเบสบอล” อันเป็นสิ่งที่ไม่ว่าตัวของ “คินเซลลา” หรือบิดาบังเกิดเกล้าของตัวเอง ต่างหลงไหล ได้ปลื้ม มาโดยตลอด แม้จะเคยขัดแย้งกันในเรื่องราวเหล่านี้อยู่ตามสมควร และเมื่อดันเกิดสนามเบสบอลผลุดๆโผล่ๆขึ้นมาในไร่ข้าวโพด แบบพิลึก กึกกือ แปลก ประหลาด ออกไปทาง “เพี้ยนๆ” ในสายตาผู้อื่นมิใช่น้อย แม้แต่ในสายตาภรรยาและลูกของ “เรย์ คินเซลลา” ผู้พร้อมยอมรับความเพี้ยนเหล่านี้ โดยไม่เพียงไม่คิดจะขัดขวาง แต่กลับยืนหยัดเป็น “กำลังใจ” ให้อีกต่างหาก ฉากแฟนตาซีที่ปรากฏตามมาในช่วงกลางค่ำ กลางคืน ก็คือฉากที่อภิมหานักเบสบอลชื่อดังในยุคปี 1900 ผู้มีชื่อ ฉายา ว่า “โจเท้าเปล่า” (Shoeless Joe) หรือ “โจเซฟ เจฟเฟอร์สัน แจ๊คสัน” (Joseph Jefferson Jackson) นักกีฬาเบสบอลผู้มีตัวตนอยู่จริง และมีชื่อมีเสียงในระดับ “ตำนาน” ก็ค่อยๆปรากฏกายขึ้นมาในสนามแห่งนั้น พร้อมกับนำเอาบรรดาพรรคพวกนักกีฬาเบสบอลตัวดังๆที่จะถือเป็น “วิญญาณ” หรือ “ผี” ก็แล้วแต่ มาร่วมลงเล่นกันในสนามแห่งนั้น ส่งผลให้ไร่ข้าวโพดที่กำลังแห้งเหี่ยว กำลังใกล้จะถูกยึด ถูกครอบครอง กลายเป็นสถานที่ที่ดึงดูดเอาใครต่อใคร เข้ามาร่วมฝัน ร่วมสร้าง ร่วมหลงไหล ในเกมกีฬาเบสบอล กันชนิดเต็มไปด้วยแสงไฟส่องสว่างไปทั่วทุกทิศทุกทาง…
คือว่าไปแล้ว…โดยเนื้อเรื่อง โครงเรื่อง ที่ผู้กำกับและผู้เขียนบทหนัง อย่าง “ฟี อัลเดน โรบินสัน” (Phi Alden Robinson)ไปนำเอา “นวนิยาย” เรื่อง “Shoeless Joe” ของนักเขียนชาวแคนาดา ชื่อว่า “วิลเลียม แพทริค คินเซลลา” (William Patrick Kinsella)มาดัดแปลงให้กลายเป็นหนังเรื่องนี้ สิ่งที่ถูกนำมาเป็นองค์ประกอบในเนื้อเรื่อง อย่าง “ไร่ข้าวโพด” “สนามเบสบอล” หรือบรรดา “นักเบสบอล” ระดับตำนานทั้งหลาย ฯลฯ อาจถือเป็นเพียง “สัญญลักษณ์” ที่เอาไว้ใช้สะท้อนถึงความคิด ความรู้สึก อุดมคติ อุดมการณ์ ไปจนกระทั่งความเชื่อ ความหลงไหล ประทับใจ ของบรรดาผู้คนในแต่ละรุ่น แต่ละยุคแต่ละสมัยนั่นเอง โดยเฉพาะผู้กำกับอย่าง “โรบินสัน” ที่ถือเป็นคน “รุ่นซิกส์ตี้” หรือ “ยุคซิกซ์ตี้” ซึ่งมีความคิด ความอ่าน ความรู้สึกฝังใจอยู่กับสิ่งดีๆงามๆในยุคของตัวเองอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าวรรณกรรม หนังสือ อุดมคติ อุดมการณ์ จึงค่อนข้างที่จะ “เข้าถึง-เข้าใจ” ต่อวัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย หรือความพยายามสื่อความหมายในวรรณกรรมเรื่อง “Shoeless Joe” ของ “วิลเลียม คินเซลลา” ได้เป็นอย่างดี…

และตัวของ “วิลเลียม คินเซลลา” ผู้เขียนวรรณกรรมเรื่องนี้…โดยประวัติชีวิตของตัวเองแล้ว ก็แทบไม่ต่างอะไรไปจากเนื้อหาในเรื่อง “Field of Dreams” นั่นแหละ คือเป็นผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็น “นักเขียน” มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ หนังหาแบบเด็กๆโดยทั่วไป แม้ว่าจะอ่านออก เขียนออก จนสามารถอ่านบทละคอนเช็คสเปียร์ ได้ตั้งแต่อายุแค่ 5 ขวบ แต่ต้องดิ้นรน ไต่เต้า ตั้งแต่เป็นเสมียน ลูกจ้าง เป็นคนขายพิซซ่า ขับแท๊กซี่ กว่าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ก็อายุปาเข้าไป 35 ปีโน่นเลย แต่สุดท้าย…ด้วยความฝัน ความมุ่งมาดปรารถนา ที่ไม่เคยท้อถอย นอกจากจะส่งผลให้ตัวเอง กลายเป็นนักเขียนเรื่องสั้น นิยาย ชื่อดังของแคนาดา ยังมีฐานะเป็นถึงศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์ สอนหนังสืออยู่ที่ “University of Calgray” ในแคนาดาไปจนได้…

คำกระซิบกระซาบประโยคที่ว่า… “ถ้าคุณสร้าง…แล้วพวกเขาจะมา” ที่ถูกถือเป็น “ไฮไลท์” ของหนัง หรือนิยายเรื่องนี้ ก็คงไม่ต่างไปจากเสียงสะท้อนอันมีที่จากแรงกระตุ้นแห่งความมุ่งมั่น ความเพียรพยายาม ของใครต่อใครก็แล้ว ที่ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้หลงไหล คลั่งไคล้ ในกีฬาเบสบอล แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงใครก็ตาม ที่มีความใฝ่ฝัน ปรารถนา ในสิ่งที่ดีงาม ที่สวยสดงดงาม ตามความคิด ความเชื่อของตัวเอง ผู้ที่ยึดมั่นในอุดมคติ อุดมการณ์ แบบหนึ่ง แบบใด หรือแม้แต่ผู้ที่ยึดมั่นในศาสนาหนึ่ง ศาสนาใดเอาเลยก็ยังได้ และพร้อมที่จะทุ่มเท พร้อมที่จะแบกรับความเจ็บปวด ความไม่เข้าใจจากคนรอบข้าง หรือคนที่แตกต่างไปจากยุค จากสมัยของตัวเอง ฯลฯ และถ้ายังเพียร พยายาม ยังมุ่งมั่น ตั้งใจ อย่างไม่หวั่นเกรง ไม่ท้อถอย ซะอย่างพร้อมเดินหน้าไปในแบบ “ถ้าคุณสร้าง…แล้วพวกเขาจะมา” สุดท้าย…ไม่วันใดก็วันหนึ่ง “ทุ่งแห่งความฝันนั้นๆ” ย่อมสามารถปรากฏอยู่ตรงหน้าได้เสมอๆ แม้ว่า “ทุ่งแห่งความฝัน” ที่ว่า อาจไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสนามเบสบอลเอาเลยก็ยังได้ จะเป็นสนามการเมือง สนามชีวิต สนามแห่งความปรารถนา ความต้องการใดๆก็แล้วแต่ ที่ไม่คงต่างอะไรไปจาก “สนามเบสบอล” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็น “สัญญลักษณ์” ของหนังเรื่องนี้ หรือนิยายเรื่องนี้…นั่นแล…
—————————————————————–

ข่าวน่าสนใจ

Close