Rashomon กับ “อำนาจของวรรณกรรม”

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

กระแสละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ในบ้านเรา…ยังคงมาแรง แซงโค้ง ชนิดหอบใครต่อใครไหลเข้าสู่ยุคพระเจ้าเหายังใส่ กางเกงหูรูด หรือยุคพระนารายณ์โน่นเลย ซึ่งจะเป็นด้วยเหตุผลกลใดก็มิอาจทราบได้ เพราะไม่มีโอกาสได้ดูเหมือนอย่าง ใครต่อใครเขา แต่ที่คงปฏิเสธไม่ได้…ก็น่าจะเกี่ยวกับพล๊อตเรื่อง โครงเรื่อง หรือด้วยเหตุเพราะ “วรรณกรรม” หรือ “นิยาย” ที่ ผู้สร้างละครเรื่องนี้เขาหยิบเอามานำเสนอนั่นแล…

เพราะอย่างที่เคยบอกๆเอาไว้หลายครั้งแล้วว่า…สิ่งที่เรียกว่า “วรรณกรรม” กับ “หนัง” หรือจะเป็น “ละคร” ก็แล้วแต่ มันออกจะมีความเกี่ยวเนื่อง ผูกพัน กันอย่างชนิดแยกไม่ออก ถ้าได้โครงเรื่องดีๆ พล๊อตเรื่องดีๆ การนำเอาเรื่องนั้นๆ หรือวรรณกรรมนั้นๆ มาแปลงสภาพให้เป็น “วรรณกรรมบนแผ่นฟิล์ม” ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้น…สัปดาห์นี้คงต้องขออนุญาตไปนำเอา “หนังดี” ระดับ “อภิมหาหนัง” ซึ่งได้รับการดัดแปลงมาจาก “สุดยอดวรรณกรรม” มาลองแนะนำให้เห็นเป็นตัวอย่าง นั่นก็คือหนังเรื่อง “ราโชมอน” (Rashomon) ของอภิมหาผู้กำกับ “อคิระ คุโรซาวา” (Akira Kurosawa)ที่ออกฉายเมื่อปีค.ศ.1950 โดยถึงแม้จะเป็น “หนังญี่ปุ่น” ก็ตามที แต่บรรดาพวกฝรั่งทั้งหลายก็พร้อมที่จะ “ซูฮก” ยกให้เป็นอภิมหาหนัง หรือหนังระดับอภิมหาอมตะนิรันดรกาลจนตราบเท่าทุกวันนี้…

“ราโชมอน” นั้น…ว่ากันว่า ไปหยิบเอาโครงเรื่อง พล๊อตเรื่อง มาจาก “เรื่องสั้น” ของนักเขียนญี่ปุ่นรายหนึ่ง ผู้มีนามกรว่า “อะคุตางาวา ริวโนสุเกะ” (Ryunosuke Akutagawa) ที่ได้เขียนเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่ปีค.ศ.1914 โดยแต่แรกเริ่มเดิมทีตั้งชื่อเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “Yabu no naka” หรือถ้าว่ากันตามภาษาอังกฤษคือเรื่อง “In a Grove” ภาษาไทยก็คงประมาณ “ในป่าละเมาะ” อะไรทำนองนั้น ต่อมาถึงได้เปลี่ยนเป็น “ราโชมอน” ตามชื่อสถานที่อันเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ในเรื่อง สำหรับนักเขียนอย่าง “อะคุตางาวา ริวโนสุเกะ” นั้น นักเขียนและนักอ่านในบ้านเราคงพอรู้จักกันอยู่บ้าง เพราะเมื่อหลายต่อหลายสิบปีที่แล้ว เคยมีการแปลเรื่องสั้นของนักเขียนญี่ปุ่นรายนี้ออกมาเป็นภาษาไทย ซึ่งใครที่เคยได้อ่าน…รับรองว่าล้วน แล้วแต่ “ผงะ” ไปตามๆกัน คืออะไรมันจะเขียนได้สุดยอด ถึงเนื้อ ถึงกึ๋น ไปได้ถึงปานนั้น!!!

และ “ริวโนสุเกะ” รายนี้นี่แหละ…ที่ถือเป็นผู้ที่เชื่อในเรื่องของ “อำนาจแห่งวรรณกรรม” มาตั้งแต่อ้อน แต่ออก ก่อนที่อภิมหานักวิจารณ์ในบ้านเรา อย่างคุณพี่ “สุซาร์ต สวัสดิ์ศรี” จะหยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาพูดถึงนับเป็นศตวรรษๆ คือท่านเชื่อของท่านว่า “วรรณกรรม” หรือ “วรรณคดี” นั้น มันเป็นสิ่งที่มีความเป็น “สากล” อยู่ภายในตัว เหมือนกับศิลปะ ดนตรี อะไรประมาณนั้น หรือเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ไม่ยาก และด้วยความเชื่อเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้ไม่เพียงแต่ท่านสามารถนำเอา “วัฒนธรรมตะวันตก” มาผสมผสานกับ “วัฒนธรรมญี่ปุ่น” ได้แบบลงตัวเป๊ะๆๆ แต่ในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องของ “อะคุตางาวา ริวโนสุเกะ” ยังเต็มไปด้วย “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” อันเกิดจากการหยิบเอาวัฒนธรรมต่างๆมา “ปรุงแต่ง” โดยผสมผสานเข้ากับแนวคิดสมัยใหม่ หรือนำมา “ประยุกต์” ให้เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบัน ได้อย่างน่าทึ่ง น่าตื่นตะลึงเอามากๆ…

ว่ากันว่า…แต่แรกเริ่มเดิมที ท่านค่อนข้างจะติดใจ ประทับใจ ใน “วรรณคดีจีน” มาตั้งแต่ยังเด็กๆ แต่พอโตขึ้นๆ ได้เข้าเรียนในชั้นไฮสกูลแล้วไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว อันเป็นที่เกิดและเติบโตของท่าน โดยเลือกที่จะเรียน “วรรณคดีอังกฤษ” เป็นวิชาหลัก การซึมซับเอาวรรณคดีตะวันตกเข้ามาผสมผสานกับรากฐานทัศนะคติ ค่านิยม แบบตะวันออก จึงค่อยๆกลมกลืน ลงตัว มาตามลำดับขั้น และอาจด้วยเหตุที่คนญี่ปุ่นในยุคนั้น หรือยุคที่เรียกว่า “ยุคไทโช” ยุคที่อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการของพระจักรพรรดิไทโช ก่อให้เกิดแรงกดดัน ดิ้นรน สำหรับบรรดาคนรุ่นใหม่ๆอยู่ตามสมควร จนเกิดขบวนการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “Taisho Democracy” ขึ้นมาในช่วงจังหวะนั้น การหันไปให้ความสนใจวัฒนธรรมตะวันตก จึงออกจะเป็น “แฟชั่น” ในหมู่คนหนุ่มอยู่ตามสมควร อันทำให้ “ริวโนสุเกะ” และเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย โตขึ้นมาเป็น “นักเขียน” กันเป็นแผงๆ…

แต่สำหรับตัว “ริวโนสุเกะ” เองแล้ว…ก็ไม่ได้ถึงกับ “บ้าฝรั่ง” จนลืมรากเหง้าความเป็นมาของตัวเองแต่อย่างใด แม้เคยเป็นครูภาษาอังกฤษอยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แต่กลับพยายามนำเอา “ความเป็นญี่ปุ่น”หรือแม้กระทั่ง “ความเป็นจีน” ไปจนถึงความเป็นอะไรต่อมิอะไรในวัฒนธรรมต่างๆ มาผสมผสานได้อย่างลงตัวเป๊ะๆๆ และด้วยความสามารถในการผสมผสาน หรือความสามารถในการ “เข้าถึงความเป็นสากล” นี่เอง จึงทำให้ตัวเองกล้าพอที่จะตัดสินใจเลิกอาชีพครู หันมายึดอาชีพ “นักเขียน”แบบเต็มสูบเต็มด้าม ผลิตงานวรรณกรรมประเภท “เรื่องสั้น” นับเป็นร้อยๆเรื่อง แถมยังเคยเป็น “นักข่าวสมัครเล่น” ถูกส่งไปหาข่าวในเมืองจีน ให้กับหนังสือพิมพ์ “Osaka Mainichi Shinbun” ในบางช่วง บางระยะอีกด้วย…

เรื่องสั้น “ในป่าละเมาะ” หรือ “ราโชมอน” ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็น “หนัง” โดย “อะคิระ คุโรซาวา” เรื่องนี้ เลยกลายเป็นเรื่องคลาสสิค หรือเป็นหนังคลาสสิค ชนิดไม่ว่าคนญี่ปุ่น คนฝรั่ง หรือแม้แต่คนไทยบ้านเรา ใครที่เคยได้ดู ได้อ่าน ล้วนแล้วแต่ต้อง “ผงะ” ไปด้วยกันทั้งสิ้น คืออะไรมันจะ “คว้านลึก” เข้าไปถึง “สัญชาติญาณแห่งความเป็นมนุษย์” ได้แบบถึงเลือด ถึงกึ๋นเท่านี้ย่อมไม่มีอีกแล้ว แม้ว่าเรื่องทั้งเรื่องนั้น…จะอาศัยแค่ “คำพูด”หรือ “คำบอกเล่า” ของตัวละครแต่ละตัว เป็นตัวเดินเรื่องในแต่ละฉาก แต่ละตอน แต่จากคำพูด หรือคำบอกเล่า ของตัวละครแต่ละตัว ที่ขัดแย้งกันไป-กันมา จนยากที่จะพิสูจน์ได้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จนั่นเอง ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความลึกลับ ซับซ้อน ความตื่นเต้น สยดสยอง โศกเศร้า เคล้าน้ำตาฯลฯ ไม่น้อยไปกว่าหนังสืบสวนสอบสวน หนังสยองขวัญ หนังดรามา ฯลฯ แต่ยังสามารถนำไปสู่บทสรุปที่แฝงเร้นไปด้วยข้อคิดและปรัชญา ชนิดคนดูต้อง “เดินเหม่อ” ออกมาจากโรง เพราะต้องคิดไป-คิดมา แบบย้อนนึกไปถึงหนัง ถึงละคร แล้วหนีไม่พ้นต้อง “ย้อนกลับมาดูตัว” จนได้นั่นแล…

ไม่เพียงแต่เรื่อง “ราโชมอน” เท่านั้น…ที่ทำให้ชื่อของ “อะคุตางาวา ริวโนสุเกะ” ติดทำเนียบอภิมหานักเขียนระดับสากลไม่น้อยหน้าไปกว่าบรรดานักเขียนฝรั่งระดับอภิมหาอมตะนิรันดรกาลทั้งหลาย ยังมีอีกหลายเรื่องที่ใครสนใจคงต้องลองไปหา อ่านกันเอาเอง อย่างเรื่อง “ขัปปะ” (Kappa) ที่ไปหยิบเอานิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นมาใช้เสียดสี แซททายร์ สังคมยุคใหม่ได้อย่างแสนสันเอามากๆ แต่ก็น่าเสียดาย…ที่ผู้ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าประทาน “พรสวรรค์”มาให้อย่างเป็นพิเศษ กลับต้องถูกพระ เจ้าท่านพรากไปจากโลกมนุษย์ ขณะที่วัยเพียงแค่ 35 ปีเท่านั้นเอง ด้วยอาการ “จิตหลอน” ที่กลายเป็นโรคประจำตัวของ ตัวเองด้วยเหตุผลกลใดก็มิอาจทราบได้ “ริวโนสุเกะ” จบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายอย่างน่าเศร้าเอามากๆ แต่จากผลงานที่นักเขียนผู้นี้ทิ้งไว้ สามารถหยิบเอามาอ่าน เอามาสร้างเป็นหนังดังๆไม่รู้กี่เรื่อง ต่อกี่เรื่อง แถมเป็นเรื่องที่ไม่เคย “ล้าสมัย” เอาเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นการ “ย้อนยุค” ไปสู่ยุคใดต่อยุคใดก็ตามที เนื่องจากความ “เข้าถึง-เข้าใจ” ต่อวัฒนธรรมต่างๆ หรือต่อ “ความเป็นมนุษย์” อันเป็นสิ่ง “สากล” นั่นเอง…
———————————————–

ข่าวน่าสนใจ

Close