Summer School-สูตรสำเร็จแห่งความเป็นครู

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

สัปดาห์นี้…คงต้องลองไปหาหนังประเภท “ครูๆ” มาดูๆเอาไว้มั่ง เพราะบ้านเราช่วงนี้…ข่าวคราวว่าด้วยเรื่องครูๆออกจะมาแรง แซงโค้ง อย่างเป็นพิเศษ มีทั้งครูประเภทกะจะ “ชักดาบ” กะจะเบี้ยงน่ง เบี้ยวหนี้ นัดพักชำระหนี้ชนิดกลายเป็นปฏิญญง ปฏิญญา อะไรไปโน่นเลย เล่นเอาใครต่อใครออกมารุมด่า รุมประนาม กันไปมิใช่น้อย แต่ก็ยังมีครูประเภทพร้อมจะติดหนี้ พร้อมจะค้ำประกันหนี้ ให้กับบรรดาลูกศิษย์ ลูกหา จนตัวเองต้องเดือดร้อน วุ่นวาย เมื่อลูกศิษย์ดันไม่คิดจะใช้หนี้ ต้องแบกรับ “ผลกรรม” ที่ตัวเองดันไปสร้าง “ผลบุญ” เอาไว้เยอะแยะ มากมาย และก็ทำให้ใครต่อใครอดไม่ได้ที่จะต้องออกมายกย่อง สรรเสริญ พร้อมๆกับแสดงความเป็นห่วง เป็นใย จนตราบเท่าทุกวันนี้…

ว่าไปแล้ว…หนังประเภท “ครูๆ” นั้น ออกจะมีอยู่เยอะแยะ มากมาย ทั้งประเภทดูได้ หรือดูดี ก็แล้วแต่จะว่ากันไปตามรสนิยมของใครก็ของมัน ที่ทั้งดี ทั้งคลาสสิค ก็น่าจะไม่มีอะไรเกินไปกว่า “To Sir, With Love” หรือ “แด่คุณครู…ด้วยดวงใจ” หนังปี 1967 ที่มีดาราผิวสีเจ้าบทบาท อย่าง “ซิดนีย์ พอยเทียร์” (Sidney Poitier) นำแสดง แม้ว่าใครไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ แต่อาจพอได้ยิน ได้ฟัง บทเพลงอมตะนิรันดรกาลในชื่อเดียวกับหนัง ขับร้องโดยนักร้องสาวยุคซิกส์ตี้ อย่าง “Lulu” ที่ไม่ว่าฟังเมื่อไหร่ ก็ “เพราะฉิบหาย” เมื่อนั้น…

หนังประเภทครูๆเรื่อง “Dangerous Minds” ปีค.ศ. 1985 ที่นำแสดงโดย “มิเชลล์ ไฟเฟอร์” ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดูได้ ใช้ได้ และออกไปทางจริงๆจังๆอยู่ซักหน่อย ส่วน “Dead Poets Society” หนังปี ค.ศ.1989 นำแสดงโดย “โรบิน วิลเลียมส์” (Robin Williams) ก็ถือเป็น “หนังในดวงใจ” ของผู้คนจำนวนไม่น้อย แม้ว่าออกจะ “เศร้า” ไปหน่อย ส่วนที่ค่อนข้างสดใส ซาบซึ้ง ประทับใจ ก็น่าจะเป็น “Mr.Holland’s Opus” หนังปี ค.ศ.1995 นำแสดงโดย “ริชาร์ด เดรย์ฟัสส์” (Richard Dreyfuss) ไปจนถึงประเภทครูกับลูกศิษย์ต้อง “ใส่” กันและกัน ชนิดเละไปข้าง อย่างเรื่อง “Election” หนังปีค.ศ.1999ที่ครูอย่าง “แมทธิว โบรเดอริค” (Matthew Broderick)ต้องเฉือนบท เฉือนบาท เฉือนเล่ห์ เฉือนเหลี่ยม กับลูกศิษย์สาว อย่าง “รีส วิทเธอร์สพูน” (Reese Witherspoon) ชนิดออกไปทางปวดแสบ ปวดร้อน กันไปทั้งเรื่อง…

แต่ที่จะเอามาแนะนำกันในสัปดาห์นี้…อาจต้องออกไปทาง “ตลก” หรือ “เบาสมอง” เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาคิดมากหรือต้องออกอาการเครียดกับเรื่องประเภท “ครูๆ” เกินไปนัก และเผอิญว่าเป็นหนังที่เพิ่งได้กลับมาดู รอบที่ 4 รอบที่ 5 จากช่องทีวี.ทรู วิชั่นส์ ที่เขาเอามาวนฉายอยู่ในช่วงนี้ นั่นคือหนังปี ค.ศ.1987 เรื่อง “Summer School” นำแสดงโดยพระเอกสุดหล่ออย่าง “มาร์ค ฮาร์มอน” (Mark Harmon) และนางเอกที่ทั้งสวย ทั้งตลก เคยเล่นหนังตลกอยู่บ่อยๆ ชื่อว่า “เคอร์ซี อัลลีย์” (Kirsie Alley) โดยเป็นผลงานการกำกับ ของผู้กำกับที่เคยเป็นทั้งดาวตลก เป็นดารา เป็นนักเขียนบท เป็นโปรดิวเซอร์ในแวดวงทีวี. ผู้มีชื่อว่า “คาร์ล ไรเนอร์” (Carl Reiner)นั่นเอง…

สำหรับ “คาร์ล ไรเนอร์” นั้น…ต้องเรียกว่าเป็น “ดาวตลกรุ่นเก่า” ที่เคยเล่นตลกทางทีวี.โด่งดังมาจากรายการ “Your Show of Shows” ในยุคปีค.ศ.1950-1957 โน่นเลย หรือจะเรียกว่ายุคพระเจ้าเหายังใส่กางเกงหูรูดก็ว่าได้ และยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการคิดมุก เขียนบท แจกบท ให้กับบรรดาดาราที่มาออกรายการ “The Dick Van Dyke Show” เคยร่วมสร้าง ร่วมกำกับหนังให้กับอภิมหาสุดยอดดาวตลกอย่าง “สตีฟ มาร์ติน” (Steve Martin)อีกหลายต่อหลายเรื่อง ดังนั้น…เมื่อมากำกับหนังเรื่อง “Summer School” เรื่องนี้ จึงย่อมไม่ออกไปทาง “ตลกแห้ง” อยู่แล้วแน่ๆ แม้ว่าโดยโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง จะไม่ถึงกับต่างอะไรไปจากหนังประเภท “ครูๆ” ทั้งหลายซักเท่าไหร่นัก แต่ก็ด้วย “มุก” ประเภทแปลกๆและแหวกแนว เลยทำให้หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ทั้งได้ฮา ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ไปพร้อมๆกับได้ข้อคิด สะกิดใจ ได้ความซาบซึ้ง ประทับใจ มิใช่น้อย…

คือเป็นเรื่องของครูพละ…ที่ทั้งๆกำลังจะไปพักร้อน พักผ่อนกับแฟนสาวที่ฮาวาย แต่กลับถูกยัดเยียด ข่มขู่ ให้ต้องไปสอนเด็กประเภท “เหลือกำลังลาก” หรือยากซ์ซ์ซ์ซะยิ่งกว่าลากครก เข็นครกขึ้นภูเขา อะไรประมาณนั้น คือบางรายเป็นนักเรียนชายในตอนกลางวัน แต่กลับไปยึดอาชีพเต้นระบำโป๊ให้ผู้หญิงดูในตอนกลางคืน บางรายเป็นนักเรียนสาวประเภท “ใจระทวย” เรียนยังไงก็เรียนไม่ได้ เพราะไม่เหลือสมาธิพอจะเอาไว้จดจ่อกับตำรับ ตำราใดๆ ก็ตาม บางรายเป็นนักเรียนที่กำลังตั้งท้อง ใกล้จะคลอดลูกมะรอมมะร่อ บางรายเป็นพวกผิดปกติ หรือบกพร่องทางสมอง ไปจนถึงประเภทบ้า หรือคลั่ง กับหนังสยองขวัญทั้งหลาย ฯลฯ แต่ก็ด้วย “สูตรสำเร็จ” ของหนังประเภทครูๆทั้งหลาย และอาจถือเป็น “สูตรสำเร็จของความเป็นครู” ทั้งสิ้น ทั้งปวงเอาเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ… “ความรัก” “ความเสียสละ” และที่สำคัญเอามากๆก็คือ “ความทุ่มเท” ที่มีให้กับบรรดาผู้ที่เป็นลูกศิษย์ หนังเรื่องนี้ก็เลยจบลงด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้ง ด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ พร้อมๆกับข้อคิด สะกิดใจ ที่มีคุณค่า ราคา มิใช่น้อย…

คือ “ความเป็นครู” นั้น…ไม่ว่าจะเป็นครูอะไร สอนวิชาอะไร เป็นครูเล็ก ครูใหญ่ แต่ถ้าลองขึ้นชื่อว่า “ครู” แล้วล่ะก็ สิ่งที่น่าจะขาดไม่ได้เอาเลยแม้แต่น้อย ก็คือบรรดา…ความรัก-ความเสียสละ-ความทุ่มเททั้งหลาย ที่ตัวเองมีต่อลูกศิษย์นั่นเอง ยิ่งในยุคอดีตบรรดาครูๆแต่ละราย เผลอๆ…อาจไม่ต่างอะไรไปจาก “พ่อ” หรือ “แม่” ของบรรดาลูกศิษย์เอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าครูรายนั้นจะเป็นหนี้ เป็นสิน หรือไม่มีหนี้ ไม่มีสิน แต่สิ่งที่บรรดาลูกศิษย์ หรือนักเรียน มักจดจำครูของตัวเองได้แบบตลอดชั่วนิจนิรันดรกาล ก็คือความเป็นห่วง เป็นใย ความรัก ความเอาใจใส่ และความทุ่มเทที่บรรดาครูๆมีต่อตัวเองมาโดยตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ออกจะน่าเสียดายอยู่บ้าง ที่บรรดา “ครูๆ” ในยุคหลังๆ อาจจะมีสิ่งเหล่านี้ หรือให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้น้อยไปหน่อย จะเป็นเพราะไปเสียเวลากับการกู้หนี้ ยืมสิน ไปเขียนตำรับ ตำรา ไปยกระดับความเป็นเลิศทางวิชาการ ไปสอบเลื่อนชั้น ยกเกรด สร้างเกรดให้กับตัวเอง จนกลายสภาพเป็น “เรือจ้าง” แทนที่จะเป็นพ่อ หรือแม่ คนที่สองของนักเรียนหรือลูกศิษย์เหมือนยุคก่อนๆ ระบบการเรียน-การสอน ที่มันแทบไม่หลงเหลือ “สายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง” ระหว่างครูกับลูกศิษย์เช่นยุคก่อนๆ มันเลยทำให้ไม่ว่าคิดจะปฏิรูปการเรียน-การสอน ปฏิรูปการศึกษาไปแนวไหนก็ตาม มันเลยออกไปทางเลอะเทะ เละเทอะ หนักยิ่งขึ้นทุกที…

หนังเรื่อง “Summer School” ก็จึงไม่ต่างอะไรไปจากหนังประเภทครูๆทั้งหลาย ที่ “หัวใจของเรื่อง” นั้น หนีไม่พ้นไปจากการให้คุณค่า ให้ความสำคัญกับ “ความเป็นครู” ในแง่ที่ว่าเอาไว้แบบเน้นๆ เนื้อๆ ไม่ว่าลูกศิษย์จะออกไปทาง “เหลือกำลังลาก” หรือออกไปทาง “เข็นภูเขาขึ้นครก” เพียงใดก็ตามที แต่ถ้าหากได้เจอกับ “ความรัก” “ความเสียสละ” และ “ความทุ่มเท” ของผู้ซึ่งได้ชื่อว่า “ครู” แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง…ย่อม “แฮปปี้เอ็นดิ้ง” ได้เสมอๆ ปัญหาก็อยู่ที่ว่า…ผู้เรียกตัวเองว่า “ครู” แต่กลับแทบไม่หลงเหลือ  “สูตรสำเร็จแห่งความเป็นครู” จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ อะไรต่อมิอะไรมันเลยมีแต่กับเละ…กับ…เละ ไปด้วยประการละฉะนี้…แล…

ข่าวน่าสนใจ

Close