อุจฉังคชาดก (มีคลิป)

ชาดกว่าด้วยหญิงเจ้าปัญญา

แคว้นโกศล  ในพระราชอำนาจปกครองของพระเจ้าปเสนทิโกศล  สมัยพุทธกาลนั้นบังเกิดเหตุปล้นสะดมบ่อยครั้ง  ละแวกชายแดนสาวัตถีนครหลวง มากมายหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากฝีมือโจรกลุ่มเดียวกันซึ่งทางการกมิเคยปราบปรามได้โดยสำเร็จ พระเจ้าโกศลเองเมื่อทรงทราบเรื่องราวก็มิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด  จัดส่งกำลังทหารไปแก้ไขหลายครั้งแต่ก็ยังไม่อาจจับโจรกลุ่มนี้ได้

          ณ  เวลานั้นแผ่นดินชายแดนแคว้นโกศลรุ่มร้อนยิ่งนัก เมื่อทางการไม่สามารถจับโจรกลุ่มนี้มาลงโทษได้  ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งชายฉกรรจ์และหญิงสาวในหมู่บ้านจึงรวมตัวกันออกสืบหาโจร ชาวบ้านกลุ่มนั้นถือมีดถือไม้ตามหาโจรมาจนถึงทุ่งนานอกหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ขณะนั้นใกล้ฤดูเพาะปลูกแล้ว  ชาวไร่ชาวนามักออกมาสำรวจดูผิวดินเพื่อเตรียมไถกันบ้างแล้ว

ดังเช่นชาวนาครอบครัวหนึ่งซึ่งมีชายสูงวัย  คนหนุ่มและเด็กรุ่นยังไม่โตเต็มวัย  พากันมาขุดดินเตรียมลงไถเช่นกัน ไม่ทันขาดคำ  พวกชาวบ้านก็ถืออาวุธวิ่งเข้ามาหาครอบครัวนี้เนื่องจากเข้าใจคิดว่าเป็นพวกโจรปลอมตัวมา คำขอร้องไม่เป็นผล  ชาวบ้านเข้ารุมทำร้ายชาย 3 คนนี้จนได้รับบาดเจ็บสะบักสะบอม  แถมถูกจับมัดเหมือนแพะ ข่าวจับโจรได้แพร่สะพัดไปทั่วนครสาวัตถี  พระเจ้าปเสนทิโกศลโปรดให้เปิดท้องพระโรงไต่สวนในวันเดียวกันนั้น  ซึ่งแน่นอนผู้บริสุทธิ์ย่อมไม่ยอมรับข้อกล่าวหา คำตัดสินของราชาในเวลานั้นถือเป็นประกาศิตมิอาจคัดค้านได้  นับเป็นกรรมเก่าตามมาก่อทุกข์เข็ญโดยแท้  ชาวนาทั้งสามต้องถูกโยนลงขังคุกใต้ดินโดยหาได้ทำความผิดใดไม่

          วันเดียวกันนั้นเอง  ได้มีหญิงคนหนึ่งมาร้องคร่ำครวญอยู่นอกกำแพงพระราชวัง นางนั้นรำพันคำซ้ำๆ กันเช่นนี้จนน่าประหลาดใจ เมื่อพระเจ้าโกศลทรงทราบความทุกข์ของนางที่ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม  พระองค์จึงทรงรับสั่งให้ราชบุรุษนำผ้าสาฎกผืนหนึ่งไปมอบให้  แต่นางนั้นกลับยิ่งร้องห่มร้องไห้มากกว่าเก่า   หญิงผู้นั้นเฝ้ากราบทูลเหตุผลการขอชีวิตนักโทษอย่างชาญฉลาด  จนพระเจ้าโกศลถึงกับเลื่อมใส  ยอมปลดปล่อยชายทั้งสามไปเป็นทาน แล้วเรื่องที่หญิงผู้นี้ช่วยชีวิตผู้ชายทั้งสามคนไว้ได้  กลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งกรุงสาวัตถีแห่งแคว้นโกศลในพุทธสมัยแม้แต่ในหมู่ภิกษุที่พระเชตะวันมหาวิหารก็ร่ำลือไปทั่วเช่นกัน  จนกระทั่งความทราบถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระพุทธองค์จึงทรงระลึกอดีตชาติที่ผ่านมาด้วยบุพเพสันนิวาสาสนุสติญาณ  ตรัสว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำอุจฉังคชาดกมาตรัสเล่าดังนี้

ในอดีตชาติครั้งนั้น  ชายสามคนก็เคยได้ประสบเคราะห์กรรมถูกจับมาขังไว้เช่นเดียวกัน  หากแต่เป็นในคุกของพระเจ้าพรมหมทัต  และหญิงคนนี้ในกาลก่อนก็เคยหมอบกราบขอพระราชทานอภัยโทษมาแล้ว ผละจากสามี  บุตรชายก็โผเข้าซบอำลาอย่างเศร้าสร้อย เสียงร้องไห้ที่กลั่นออกมาอย่างเจ็บร้าวครั้งนี้พระเจ้าพรมทัตมิอาจกลั้นน้ำพระเนตรไว้ได้ พระองค์โปรดให้สอบสวนคดีใหม่แล้วปล่อยตัวชายทั้งสามไป  เพราะคุณธรรมที่ปรากฏจากครอบครัวนี้เป็นลักษณะของคนดีมีศีลธรรม  จึงย่อมมิใช่สมาชิกโจรเป็นแน่ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว  ทรงประชุมชาดกว่า  คนทั้งสี่ในอดีต  กำเนิดเป็นชาวนาสี่คนในครั้งนี้  พระเจ้าพรมทัต  เสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้า นัดคา  นะที  อะโนทะกา  นัดคัง  รัดฐัง อะราชิกัง  อิต ถี  วิธะวา  นัดคา  ยัสสาปิ  ทะสะ ภาตะโร  แม่น้ำไม่มีน้ำชื่อว่าเปลือย  แว่นแคว้นไม่มีราชาชื่อว่าเปลือย  หญิงปราศจากสามี  แม้จะมีพี่น้องตั้ง  10  คนก็ชื่อว่าเปลือย

ข่าวน่าสนใจ

Check Also

Close
Close