ติตติรชาดก

ชาดก ว่าด้วยความเคารพอ่อนน้อม

ณ. นครไพสาลี  จุดกึ่งกลางของราชคฤห์มหานครแห่งขุนเขา  กับสาวัตถีนครหลวงแห่งอารยัน  ในพุทธกาลนั้น  เป็นที่ประทับแรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บัดนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จออกจากรุงราชคฤห์  นำภิกษุทั้งสิ้นไปจำพรรษายังพระเชตะวันมหาวิหารที่สร้างขึ้นถวายเป็นการเฉพาะ  ตามคำทูลอาราธนาของอนาถบิณทิกะเศรษฐี

ครั้นพลบค่ำ  สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เสด็จมาพร้อมพระภิกษุรูปอื่นๆ  ก็เดินทางมาถึงไพสาลี  ภิกษุพรรษาน้อยต่างก็หาที่พักตามโคนไม้  ด้วยความประมาณตน  รู้ว่าเสนาสนะที่เศรษฐีจัดไว้นั้นเพื่อเป็นที่พักของพระอัครสาวก  และพระภิกษุสูงอายุ แต่แล้วก็ไม่เป็นดังที่คาดไว้  เสนาสนะเหล่านั้นพระฉัพพัคคีย์ได้เข้าไปพักอาศัยเรียบร้อยแล้ว เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นพระสารีบุตรผู้เป็นอัครสาวก  เสนาบดีของพระพุทธเจ้าก็มิได้ปริปากบ่นแต่อย่างใด  กลับนำพระภิกษุบริวารอาศัยโคนต้นไม้แทน แล้วเหตุไม่สมควรดังนี้ได้ปรากฏในข่ายพระญาณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในรุ่งสาง

พระพุทธองค์ทรงเสด็จออกมาจากเสนาสนะที่ประทับ  พระสารีบุตรและภิกษุทั้งหลายก็ถวาย อัญชุลี สิ่งอันเกิดขึ้นในหมู่สงฆ์นี้ทำให้พระองค์ทรงสลดพระทัยยิ่งนัก พระพุทธองค์มีรับสั่งให้ภิกษุมาประชุมกัน  ทรงตรัสถึงเหตุดังกล่าวและติเตียน  พระภิกษุฉัพพัคคีย์นั้น  อีกทั้งยังทรงตั้งคำถามขึ้น

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลแตกต่างกันไป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พระผู้ใหญ่ที่เจริญด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิต่างหากเล่า  จึงเป็นผู้สมควรได้รับการเคารพยกย่องนั้น  พระสารีบุตรอัครสาวกควรได้รับเสนาสนะถัดจากเรา  แต่กลับต้องอยู่โคนต้นไม้ตลอดคืน  เพราะพวกเธอขาดความเคารพยำเกรง องค์พระศาสดาทรงประทานโอวาทในการกระทำไม่สมควรนั้นด้วยการระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ  ตรัสว่า

          ดังนั้นแล้วพระพุทธองค์ทรงนำติตติรชาดกขึ้นแสดง ในอดีตกาล  ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งยังมีสัตว์  3  ชนิด  คือ  ช้าง  ลิง  และนก  อาศัยอยู่ด้วยกันในบริเวณใกล้ต้นไทรใหญ่กลางป่า   สัตว์ทั้งสามต่างถือดี  ประพฤติตนตามใจชอบ  ไม่ยำเกรงกันและกัน เจ้าช้างเอาสีข้างถูกับต้นไม้  โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือนร้อน  ส่วนเจ้าลิงถือว่าตนมีความคล่องแคล่วว่องไว  ปีนป่ายต้นไม้เก่งจนช้างไล่จับไม่ทัน  ชอบเล่นซุกซนแกล้งช้างด้วยการขว้างปาด้วยกิ่งไม้บ้าง  ผลไม้บ้าง  อย่างสนุกสนานทุกวัน ส่วนนกแม้จะเป็นสัตว์ที่ตัวเล็กที่สุด  แต่ถือดีว่าบินได้  ก็ชอบบินแล้วถ่ายรดหัวลิงบ่อยครั้ง

          ในบางครั้งนกก็แกล้งถ่ายรดหัวช้างบ้างเหมือนกัน  บางครั้งก็แอบบินไปจิกหลังช้างบ้าง  เจ้าช้างก็ทำอะไรไม่ได้คอยแต่เอางวงโยนกิ่งไม้  ไล่นก  ไม่เป็นอันปกติสุข นานวันเข้าสัตว์ทั้งสามก็เริ่มรู้สึกเบื่อ  และอยากอยู่กันอย่างสงบ เมื่อทราบว่าลิงเกิดก่อนช้าง  เพราะรู้จักต้นไทรก่อน  ก็เหลือเพียงอายุของนกเท่านั้นที่ยังเป็นปริศนา เมื่อรู้ลำดับอาวุโส  ทั้งสามก็เลิกกลั่นแกล้งรังแกกัน  หันมาสามัคคี  แบ่งปัน  ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สัตว์ทั้ง 3 ตัวใช้ชีวิตอย่างผาสุก  เมื่อหมดอายุขัยก็ไปจุติใหม่พร้อมกันทั้งหมด

          เมื่อตรัส  ติตติระชาดก  จบแล้ว  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้โอวาทแก่ภิกษุทั้งหลายว่า บัดนั้น  ทรงห้ามภิกษุผู้มีพรรษาน้อยกีดกันเสนาสนะอันใช้พักอาศัยต่อพระภิกษุผู้มีพรรษามากกว่าตน  ภิกษุใดละเมิด  ต้องอาบัติทุกกฎต่อมาในสมัยพุทธกาล  ช้าง   ได้กำเนิดเป็น  พระโมคคัลลานะ  ลิง  ได้กำเนิดเป็น  พระสารีบุตร  นก  เสวยพระชาติ  เป็นพระพุทธเจ้า เย วุฑ ฒะมะปะจายันติ  นะรา  ธัมมัสสะ  โกวิทา  ทิฏเช  ธัมเม  จะ  ปาสังสา  สัมปะราเย  จะ  สุคะติ  ผู้ฉลาดในธรรม  มีความอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่  บูชาต่อผู้เจริญนั้น  ย่อมได้รับความสุขในชาตินี้  และมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า

ข่าวน่าสนใจ

Close