จุลลกเศรษฐี

ชาดกว่าด้วยความฉลาดในการสร้างฐานะ

ในสมัยพุทธกาล  ขณะที่องค์พระบรมศาสดาทรงสอดส่องพระพุทธญาณ  ณ. วัดชีวกัมพวันกรุงราชคฤห์เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ผู้ตกทุกข์  ดังที่ทรงบำเพ็ญอยู่เป็นนิตย์  พลันสายพระเนตรทรงเห็นภิกษุหนุ่ม  “จุลลปันถก”  ที่ท้อถอยสิ้นความเพียรเนื่องด้วยมีสติปัญญาทึบ  พระพุทธองค์จึงทรงเสด็จไปรอภิกษุองค์นี้ที่ซุ้มประตูวัด  เทศนาสั่งสอนแล้วทรงเนรมิตผ้าขาวให้ผืนหนึ่ง

          จากนั้นพระพุทธองค์ก็เสด็จจากไปทิ้งพระหนุ่มไว้ผู้เดียว  ภิกษุหนุ่มได้เจริญภาวนาและลูบคลำผ้าขาวตามคำสั่งของพระพุทธองค์ได้มิว่างเว้น  มิช้านานผ้าขาวนั้นก็คล้ำหมอง  พระหนุ่มจึงเกิดความคิด วาระนั้นพระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณจึงเปล่งพุทธวาจากับภิกษุหนุ่มได้ยินดุจประทับตรงหน้า

          รุ่งขึ้นสังฆมณฑลก็ขานพระคุณพระพุทธองค์กันถ้วนหน้าด้วยเหตุที่เปลี่ยนพระปัญญาทึบให้บรรลุธรรมได้ชั่วยามเดียว

          ย้อนไปในอดีตกาล…กรุงพาราณสีที่รุ่งเรื่องและคับคั่งไปด้วยการค้าพาณิชย์  กล่าวกันว่ากรวดทรายกลางถนน  ณ.ที่แห่งนี้ดุจทองคำและอัญมณี…หากใครจะมีปัญญาหยิบเอาไป เศรษฐีผู้หนึ่งนาม  จุลลกะ  ท่านเป็นบัณฑิตผู้คาดการณ์ใดมิเคยพลาดด้วยความสามารถในวิชานิมิตพยากรณ์

          วันหนึ่งท่านเศรษฐีผู้นี้ได้นั่งรถม้าผ่านกลางใจเมือง  เห็นหนูตายอยู่บนพื้นตัวหนึ่ง  ท่านพินิจดูแล้วก็ทำนายออกมามาณพหนุ่มคนหนึ่งได้ยินคำที่เศรษฐีบัณฑิตกล่าว  ด้วยความศรัทธาจึงเก็บหนูตายนั้นไว้  แล้วเขาก็พบกับป้าใจบุญคนหนึ่งแล้วมาณพหนุ่มก็ได้เงินมาหนึ่งกากณึกจากซากหนูตาย  ซึ่งเป็นเงินเพียงน้อยนิดเหลือเกิน  จากนั้นเขาก็นำเงินที่ได้ไปซื้อน้ำอ้อยจากไร่เพื่อมาไว้บริการคนเก็บดอกไม้ที่กลับมาจากป่า ชายหนุ่มนำดอกไม้ที่ได้ไปขาย  พอได้เงินมาวันรุ่งขึ้นเขาก็นำเงินไปซื้อน้ำอ้อยอีก  ครั้งนี้เขาลงทุนนำเข้าไปบริการถึงในป่า  ซึ่งทำให้เขาได้ดอกไม้มามากยิ่งขึ้น  ชายหนุ่มปฏิบัติเช่นนี้อยู่ทุกวัน  จนกระทั่งวันหนึ่ง

          ในต้นฤดูฝนพายุพัดแรงจนกิ่งไม้หักโค่นเกลื่อนอุทยาน  มาณพหนุ่มจึงใช้ปัญญาที่ชาญฉลาดอาสาขนกิ่งไม้เหล่านั้นออกมา มาณพหนุ่มนำกิ่งไม้เหล่านั้นไปขายเป็นฟื้นให้กับชายปั้นหม้อ  ซึ่งครั้งนี้เขาได้เงินถึง  16  กหาปณะกับโอ่งขนาดใหญ่อีกหนึ่งใบ  ด้วยน้ำใจอันดีงามเขาจึงนำโอ่งใบนั้นไปใส่น้ำให้เหล่าคนเกี่ยวหญ้าของพาราณสีได้ดื่มกินกัน  ทุกคนซาบซึ้งในน้ำใจของเขาและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือทุกครั้งที่เขาต้องการ

          ถัดจากนั้นอีกไม่กี่วันมีกองม้าถึง  500  ตัวเข้ามาในพาราณสี  ชายหนุ่มจึงขอจองหญ้าจากคนเกี่ยวหญ้าเหล่านั้นไว้ทั้งหมดชายหนุ่มได้เงินจากการขายหญ้าทั้งหมด  หนึ่งพันกหาปณะ  แล้วโอกาสในการลงทุนก็มาเข้ามาหาเขาอีก

          วันหนึ่งมีเรือสำเภาบรรทุกสินค้าเข้ามาทอดสมอ  ชายหนุ่มเห็นเรือเหล่านั้นก็เกิดปัญญาในการลงทุน  รีบแต่งกายภูมิฐานแล้วไปเช่ารถม้า มาณพหนุ่มได้นำเงินทุนที่มีทั้งหมดไปวางมัดจำสินค้าในเรือบรรทุกสินค้าเหล่านั้นทุกชิ้น

          ภายในวันเดียวชายหนุ่มเจ้าปัญญาก็สามารถหาเงินสดได้ถึงสองแสนกหาปณะ มาณพหนุ่มที่เคยเป็นแค่ชายข้างถนนมาบัดนี้ได้กลายเป็นเศรษฐี  และด้วยความกตัญญูรู้คุณเขาจึงนำเงินหนึ่งแสนกหาปณะไปกราบขอบคุณท่านจุลลกเศรษฐี  ผู้ที่ทำให้เขาได้เงินมามากมายจากการเก็บหนูตายบนถนนแค่เพียงตัวเดียว

ในกาลต่อมาจุลลกเศรษฐีก็ได้สิ้นชีวิตไปตามยถากรรม  มาณพหนุ่มผู้เป็นสามีทายาทคนเดียวของจุลลกเศรษฐีจึงได้ครอบครองสมบัติทั้งหมดของจุลลกเศรษฐีสืบต่อไป

 

ข่าวน่าสนใจ

Close