มหิฬามุขาชาดก (มีคลิป)

ราชคฤห์ในแผ่นดินพระเจ้าอชาติศัตรูนั้น   บังเกิดมีสำนักพระพุทธศาสนาที่แปลกแยกออกไปโดยมีพระเทวทัตเป็นผู้นำศาสนสถานแห่งใหม่ตั้งอยู่  ณ.  ตำบลคยาสีสะ  ที่พระเจ้าอชาติศัตรูสร้างถวาย  และให้อยู่ในพระราชานุเคราะห์อย่างอุดมสมบูรณ์ในพุทธกาลครั้งนั้นมีชาวเมืองราชคฤห์สองคนเป็นสหายรักกันมาแต่เด็ก  ทั้งสองเลื่อมใสในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา  จึงตัดสินใจจะบวชเป็นภิกษุเพื่อบรรลุในพระธรรมคำสอน

          เวลาผ่านไป  แม้สหายทั้ง 2  ต่างครองเพศบรรพชิตแล้ว  แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันมิได้ขาด ทุกเช้าภิกษุที่เป็นสาวกของพระเทวทัตจะมาชักชวนภิกษุสหายของเขาไปฉันภัตตาหารที่สำนักพระเทวทัตด้วยกันเสมอ เมื่อแรกๆ  ที่ได้รับคำเชิญชวนจากเพื่อน  ภิกษุนั้นก็บ่ายเบี่ยง  แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอบ่อยๆ เข้า  จึงรับปาก  เมื่อไปร่วมฉันอาหารก็เกิดความเคยชินไปฉันเป็นประจำแต่นั้นมา นานวันเข้าความประพฤติของภิกษุผู้นี้ก็เป็นที่โจษขานกันในพระเวฬุวัน  กระทั่งวันหนึ่งมีเหตุให้ต้องโต้วาทะกันกับเพื่อนพระภิกษุอื่นๆ เพื่อนพระภิกษุพากันว่ากล่าวแล้วนำตัวไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระพุทธองค์ทรงสอบถามได้ความเป็นจริง

          ในอดีตกาล  ณ. นครพราราณสี  พระเจ้าพรหมทัตมีช้างพระที่นั่งเชือกหนึ่ง  ชื่อ

พลายมหิฬามุข  เป็นช้างทรงลักษณะงดงาม  สงบเสงี่ยมเรียบร้อยอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด  เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าพรหมทัตยิ่งนัก ครั้นถึงเทศกาลฝึกช้างเพื่อใช้ในราชการอำมาตย์ราชบัณฑิตจึงให้เปลี่ยนที่พักมาใกล้กำแพงชั้นนอกเพื่อความสะดวก  แต่เพียงไม่กี่วันพลายมหิฬามุขที่เคยสุภาพเรียบร้อยก็เปลี่ยนไป  เริ่มแสดงท่าทางเกะกะเกเรขึ้นเรื่อยๆ  ใช่งวงหวดซ้ายป่ายขวา เห็นใครเดินมาก็จะเข้าไปทำร้าย ยิ่งเวลาผ่านไป  พลายมหิฬามุขก็ยิ่งกำเริบก้าวร้าวไล่เตะควาญบ้าง  เตะเข่งอาหารบ้าง  ทั้งส่ายสะบัดหัวฟาดงวงไปมาจนควาญกับพนักงานไม่กล้าเข้าใกล้ วันหนึ่งพลายมหิฬามุขตกมันก็ยิ่งแสดงอาการเกะกะเกเรอย่างน่ากลัว  พังโรงช้างจนพินาศ  แม้แต่ช้างด้วยกันก็โดนทำร้ายไม่ละเว้น ควาญทั้งพระราชวังพากันมาระงับเหตุก็ไม่อาจหยุดยั้งความร้ายกาจได้  ต้องพลีชีวิตไปหลายคน พระเจ้าพรหมทัตร้อนพระทัยกับเรื่องนี้เป็นยิ่งนัก  เร่งให้อำมาตย์บัณฑิตไประงับเหตุร้าย  และหาสาเหตุนั้นให้ได้ อำมาตย์บัณฑิตจัดควาญฝีมือดีพร้อมช้างในกองทัพพาราณสีเข้าประกบตัว  และใช้กำลังเข้าดันให้จนมุม  ในที่สุดก็สามารถคล้องจับตัวพลายมหิฬามุขไว้ได้

          เมื่อพลายมหิฬามุขถูกจับได้  น่าแปลกใจยิ่งนักที่มันไม่ต่อสู้ขัดขืนเลย  กลับยืนฟังคำพิพากษาเหมือนมหาโจรที่หมดอิสรภาพ มื่ออำมาตย์รู้เรื่องราวทุกอย่างแล้ว  ก็นำขึ้นกราบทูลพระเจ้าพรหมทัต จากวันนั้นมาพี่พักของโจรก็ถูกรื้อทิ้งไป  กลายเป็นธรรมะศาลาของเหล่านักบวชแทนที่  พลายมหิฬามุขได้ฟังเรื่องดีๆ  สำเนียงสุภาพทุกวัน  จากพฤติกรรมเจ้าอารมณ์  โหดร้ายก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ประพฤติตัวดีมีวินัยเช่นเดิม

          เมื่อพลายมหิฬามุขกลับมาประพฤติตัวดีเหมือนเดิม  อำมาตย์บัณฑิตก็ได้รับคำสรรเสริญพร้อมรางวัลพระราชทานจากพระเจ้าพรหมทัต     ในพุทธกาลสมัย  พลายมหิฬามุข กำเนิดเป็น  ภิกษุผู้หลงผิด  พระเจ้าพรมหมทัต  กำเนิดเป็นพระอานนท์  อำมาตย์บัณฑิต  เสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้า

โบราณะโจ  วะโจ  นิสัมมะ  มหิฬามุโข  โปถะยะมานุจาริ  สุสัญญะตานัง  วะโจ  นิสัมมะ  คุชุตตะโม  สัพพะคุเณสุ  อัฏฐา

พระยาช้างต้นมหิฬามุขเที่ยวประหารคน  เพราะได้ฟังคำของพวกโจรมาก่อน  แล้วกลับตั้งอยู่ในคุณทั้งปวง  เพราะได้ฟังคำของผู้มีศีลสำรวมตนดีแล้ว

 

ข่าวน่าสนใจ

Close