วัณณุปถชาดก (มีคลิป)

ว่าด้วยความเพียรไม่เกียจคร้าน

         ณ พระเชตะวันมหาวิหาร  ในพุทธกาลครั้งนั้น  หมู่ภิกษุสงฆ์ทั้งหลายจำพรรษาอยู่รวมกันโดยสงบ  ต่างขยันหมั่นเพียรศึกษาพระธรรมวินัย  และเกื้อกูลกันเป็นอันดี ภิกษุรูปหนึ่งประพฤติตนเรียบร้อย  ขยันหมั่นเพียรในพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นที่รักของภิกษุในพระเชตะวันตลอด  5  ปี  ที่อุปสมบท  ภิกษุหนุ่มศึกษาพระปริยัติธรรมจนแตกฉาน  ก็ปรารถนาจะเจริญภาวนาเพื่อบรรลุมรรคผลพระนิพพาน  จึงกราบลาพระบรมศาสดาออกวิปัสสนาในป่าลึก

          ตลอดเวลา  3  เดือนในฤดูเข้าพรรษาพระภิกษุรูปนี้ปรารภความเพียรอย่างหนัก  แต่ไม่ประสบความสำเร็จ  ไม่สามารถทำใจให้สงบได้เลย  เมื่อการปฏิบัติมิได้เป็นไปตามที่หวัง  ภิกษุผู้พากเพียรก็ยิ่งท้อใจ  เมื่อคิดได้ดังนั้น  ภิกษุผู้ท้อแท้ก็ออกจากป่าสู่เขตวิหารเชตะวันดังเก่า  เพื่อนพระภิกษุสงฆ์เมื่อเห็นท่านกลับมาอย่างสิ้นหวังก็พากันปลอบโยน  และชักชวนไปเฝ้าขอพระพุทธโอวาทต่อพระบรมศาสดา วาระนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า  ทรงประทานสติปัญญาและกำลังใจให้ภิกษุนั้นได้ปฏิบัติธรรมต่อไป  พระองค์ทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณแล้วตรัสเล่า  วัณณุปถชาดก  ดังนี้

          ในอดีตกาล  มีนายวานิชชาวพาราณสีคนหนึ่ง  บรรทุกสินค้าไปขายต่างเมืองเป็นประจำ  คราวหนึ่งวานิชผู้นี้ต้องนำกองเกวียนข้ามทะเลทรายเป็นทางไกลถึง  60 โยชน์  ในการเดินทางครั้งนั้น  ผ่านผืนทรายร้อนจัดมาก  จึงต้องหยุดในเวลากลางวัน และออกเดินทางในเวลากลางคืนแทน นายกองเกวียนพ่อค้าใหญ่จะหยุดให้คนและโคได้พักผ่อนเช่นนี้เสมอ  จนกระทั่งระยะทางเหลืออีกแค่หนึ่งโยชน์  หรือสิบหกกิโลเมตรก็จะพ้นเขตทะเลทราย  เมื่อได้หยุดพัก  ทุกคนก็ชะล่าใจ  ดื่มน้ำและกินอาหารจนหมด  เมื่อได้เวลาเดินทาง  ต้นหนคนนำทางก็ขับเกวียนออกนำหน้าดังเคย  เกวียนทุกเล่มก็ขับตามๆ  กันไปโดยอาศัยดูทิศจากดวงดาว สายลมเย็นของทะเลทรายยามค่ำคืน  และเสียงเอี๊ยดอ๊าดของกงล้อประสานกันกลายเป็นดนตรีกล่อม  จนต้นหนผู้นำทางเผลอหลับ

          เมื่อเป็นเช่นนี้  กองเกวียนของนายวานิชแทนที่จะถึงจุดหมายกลับหลงทางเดินทางวนกลับมาอยู่ที่เดิม โดยจะมีใครสังเกตรู้สักนิดก็หาไม่  กว่ากองเกวียนจะรู้ว่าหลงทางก็สายไปเสียแล้ว  ยิ่งเดินไกลแดดยิ่งแรง ยิ่งแผดกล้า

          นายวานิชผู้นำกองเกวียนเป็นผู้ใหญ่มีความสุขุมรอบคอบ  จึงออกสำรวจหาทางแก้ไข  นายวาณิชเดินสำรวจเส้นทางไปอย่างไม่ละความเพียรพยายาม  ด้วยความดีใจ  บริวารทั้งหมดช่วยกันคนละไม้คนละมือระดมพลังกันขุดหาน้ำที่อยู่ใต้พื้นทรายเป็นการใหญ่  เมื่อขุดไม่พบน้ำทุกคนก็หมดหวัง  ยิ่งพบแผ่นหินอยู่ก้นหลุมก็ยิ่งท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก

          นายวานิชไม่ยอมสิ้นหวัง  เขาแนบกายลง  เอาหูฟังยังแผ่นหินอย่างตั้งใจ   หนุ่มคนสนิทร่างใหญ่  เมื่อออกแรงทุบไม่กี่ครั้ง  หินแผ่นนั้นก็แหลกทะลายลง  บังเกิดเป็นลำน้ำพุ่งขึ้น  เป็นน้ำพุขนาดใหญ่  ชาวกองเกวียนดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

น้ำใต้ผืนทรายช่วยต่อชีวิตทุกๆ  คนให้มีเรี่ยวแรงได้หุงหาอาหารดื่มกินเพื่อรอเดินทางใหม่อีกครั้ง จันทร์ประดับฟ้าสีครามคืนนั้น  นายวานิชก็นำพากองเกวียนไปสู่จุดหมายโดยสวัสดิภาพ  เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสวันณณุปถชาดกจบแล้ว  ทรงแสดงอริยสัจ 4  โดยอเนกปริยาย  โปรดภิกษุผู้ท้อถอยให้บรรลุธรรม  ณ  ที่นั้น

ในสมัยพุทธกาล  คนสนิทนายวาณิช  กำเนิดเป็น  ภิกษุผู้ท้อถอยความเพียร  หมู่คณะชาวกองเกวียน  กำเนิดเป็น  พุทธบริษัท  พ่อค้าหัวหน้ากองเกวียน  เสวยพระชาติเป็น  พระพุทธเจ้า อกิลาสุโน  วัณณุปะเถ  ขะณันตา  อุทังคะเณ  ตัตถะ  ปะปัง  อะวินทุง  เอวัง  มุนิ  วิริยะพะลูปะปันโน  อะกิลาสุ  วินเท  หะทะยัสสะ  สันตึ   ชนทั้งหลาย ผู้ไม่เกียจคร้าน  ขุดภาคพื้นที่ทางทราย  ได้พบน้ำในทางทรายนั้น  ณ  ที่ลานกลางแจ้ง  ฉันใด  มุนีผู้ประกอบด้วยความเพียรและกำลัง  เป็นผู้ไม่เกียจคร้าน  พึ่งได้ความสงบใจ  ฉันนั้น

 

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close