นายกฯชวนเยาวชนร่วมมือปฏิรูปปท.บอกปีนี้มีลต.
ข่าวการเมือง วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2561 20:46 น.
835221
นายกรัฐมนตรี หวังเด็กไทยยุค 4.0 รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก รู้รักสามัคคีดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ร.9 ย้ำปีนี้มีเลือกตั้ง ชวนเยาวชนร่วมปฏิรูปลดขัดแย้ง ห่วงหนี้นอกระบบเพิ่มภาระสังคม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษษความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทสไทย ว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.2561 นี้ สมเด็จพระสังฆราช ได้ประทานคติธรรมลงในหนังสือวันเด็ก กล่าวถึงวิธีการครองตนเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกคนวิธีหนึ่ง เรียกว่า "อัตถจริยา" ได้แก่ การบำเพ็ญประโยชน์ การประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยหนังสือวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ชื่อ "ฮีโร่ตัวจิ๋ว" ที่ นำเสนอเรื่องราวดีๆ ของเยาวชนไทย จากทั่วประเทศ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับเด็กไทยให้รู้รักสามัคคี ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการทำความดี และสืบสาน ต่อยอด สิ่งดีงาม ตามพระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสอดคล้องกับปัจจุบันนิยม โครงการจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" และในโอกาสเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราโชวาท สำหรับเด็กและเยาวชนความว่า "บ้านเมืองเรามีสิ่งดีงามมากมาย ที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ให้เรา เด็กทุกคน ผู้เป็นอนาคตของชาติ จึงมีหน้าที่สืบสาน และรักษา สิ่งดีงามเหล่านั้นไว้ พร้อมทั้งพัฒนา ให้เจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป" ขอให้ลูกหลานไทยทุกคนได้น้อมนำคติธรรม และพระราโชวาท ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิต และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า คำขวัญวันเด็กแห่งชาติปีนี้ คือ "รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี" โดยมองเห็นว่าศักยภาพของเด็กไทย ไม่ได้เป็นรองชาติใด และจากคำขวัญที่มอบให้ ก็อยากให้เด็กไทยในยุค "ไทยแลนด์ 4.0" ได้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลและ สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเด็กขาดซึ่ง "ครู" ที่มากด้วยคุณภาพ และศักยภาพ เพราะ "ครู - นักเรียน" มีความผูกพัน เชื่อมโยงกัน เหมือน "เหตุและผล" จึงมอบคำขวัญ "วันครู" ประจำปี 2561 ว่า "ศิษย์ดี ก็ด้วยครูดี มีศรัทธา"คือต่างฝ่ายต่างมีศรัทธาให้แก่กันที่สำคัญ "ทั้ง 2 ฝ่าย" ต้องมีศรัทธาในสิ่งที่ทำคือ ความดี สร้างคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวม และประเทศชาติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมาย และ การดำเนินการด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทำให้สังคมน่าอยู่ เป็นที่ยอมรับของสากล และนานาประเทศ เป็นอีกงานหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด 6 ในด้านสำคัญ คือ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด,การสร้างความปลอดภัยและสงบสุขในสังคม,การยกระดับการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ,การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้ทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและความต้องการของประชาชน,การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้านความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ และ การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อจัดการกับความขัดแย้ง ดังนั้น ขอให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ที่มีกฎหมายในความรับผิดชอบ ในการบังคับใช้ ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องกฎหมายนั้น ๆ แบบเชิงรุก ล่วงหน้า เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง ไร้ข้อสงสัย 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังย้ำด้วยว่า สำหรับปีใหม่นี้ นอกจากเรื่องการเลือกตั้งแล้ว ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และปฏิรูปประเทศ ที่อยากให้ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ให้ความสนใจ เพราะถือเป็น "จุดเปลี่ยนประเทศไทย" ที่ทุกคนรอคอยมาตลอด สำคัญต่ออนาคตของบ้านเมือง สุดท้ายนี้ในนามของนายกรัฐมนตรี คสช. ก็อยากเชิญชวนเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ได้ออกมาช่วยกันกำหนดอนาคตของประเทศชาติ ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พร้อมกับ การปฏิรูปประเทศในทุกด้าน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำหรับบ้านเมือง ในวันนี้ และในวันข้างหน้า 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบถือเป็นภาระของพี่น้องประชาชนที่ยังแก้ไขได้ยาก พี่น้องผู้มีรายได้น้อยต้องประสบปัญหารายได้ที่ต่ำอยู่แล้ว และต้องมาใช้หนี้ จนอาจทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงทางสังคม ขณะที่ ภาครัฐ ก็ได้มีมาตรการระยะสั้น ในการไกล่เกลี่ย ประนอมหนี้ รวมถึง การปรับโครงสร้างหนี้ และในระยะยาว ทุกหน่วยงาน ก็ต้องเร่งสร้างรายได้กับพยายามออมอย่างมีวินัยเพื่อแก้ไข อีกเรื่องการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อจัดการกับความขัดแย้งด้วยการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และ มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสริมสร้างให้สังคมไทยเป็น "สังคมที่เคารพกติกา" และปลูกฝัง "สันติวัฒนธรรม" หรือ วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ตั้งแต่ระดับชุมชน จนถึงระดับชาติ กำหนดยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความสมานฉันท์และสันติวิธีแห่งชาติขึ้น โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นต่าง ๆ ด้วยเหตุผล การรับฟัง สังคมเข้มแข็ง มีกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสบนพื้นฐานของความไว้วางใจ และ ปลูกฝังให้ประชาชนมีคุณธรรมจริยธรรมภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 

 
สำหรับสัปดาห์หน้า วันที่ 17 มกราคมนี้ มีกำหนดการลงพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลให้ความสนใจเป็นพิเศษ อีกจังหวัดหนึ่งเนื่องจากลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ และสภาพปัญหามีความแตกต่าง จากจังหวัดอื่นๆ ของไทย เป็นการพบปะพี่น้องประชาชน รวมถึง การแก้ปัญหาต่างๆ 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง Related News
836371
กรธ. ห่วงหากยกเลิกระบบเลือกไขว้ หวั่นมีฮั้วกันเอง ขณะยังไม่หารือตั้งกมธ.ร่วม
836363
ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยงานทหารเนื่องในโอกาสวันกองทัพบก-วันกองทัพไทย
836337
"บวรศักดิ์" ชี้ ไทยมีปัญหาในการให้ประชาชนเสนอกฏหมาย เพราะไม่มีหน่วยงานใดส่งเสริม - ช่วยเหลือประชาชน
836332
"มีชัย" ชี้ สนช.ยืดบังคับใช้ พรป.เลือกตั้ง ส.ส.ได้ ไม่ผิด แต่ต้องมีเหตุผลอธิบายสังคม ยังตอบไม่ได้ขยายจริงหรือไม่ - ย้ำดีแล้ว สนช.ยื่นตีความพ...