ทริป'กำแพงเมืองจีน 'เที่ยวตามฝัน เหนื่อย สุข สนุกสนาน
ไลฟสไตล์ วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ.2560 14:00 น.
810167
เราเคยได้ยิน และได้เห็นกำแพงเมืองจีน มาตั้งแต่เด็กๆ และแอบมีความฝันว่าสักวันหนึ่ง จะได้มีโอกาส ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน สักครั้ง แล้วฝันก็เป็นจริง เก็บกระเป๋า บินลัดฟ้าสู่กรุงปักกิ่ง เมืองจีน...เพียงลำพัง 
การก่อสร้างกำแพงเมืองจีนมีมา เมื่อประมาณ 700 ปีก่อนคริสตศักราช ในยุคชุนชิวและยุคจั้นกั๋ว ต่อมาในยุคราชวงศ์ฉิน เมื่อจักรพรรดิฉินซีรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่ง ก็ได้สร้างเพิ่มเติมพร้อมทั้งซ่อมแซมกำแพงเมืองจีนเดิม ณ แคว้นฉิน แคว้นเจ้า แคว้นเยียน เชื่อมต่อกันเป็นกำแพงป้องกันข้าศึกที่มีความยาวต่อเนื่องกัน กว่า 5,000 กิโลเมตร หลังจากนั้นทุกราชวงศ์ของจีนก็ได้มีการสร้างและซ่อมแซม กำแพงเมืองจีนเรื่อยมาจนถึงสมัยราชวงศ์หมิง ได้มีการสร้าง และซ่อมแซมครั้งใหญ่ใช้เวลานานถึง 200 ปี กว่าแนวกำแพงเมืองจีนที่สร้างส่วนใหญ่จะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและวัสดุที่ใช้จะเป็นก้อนอิฐเสียส่วนมาก ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบว่าความยาวที่แท้จริงของกำแพงเมืองจีนหากแต่คำนวณคร่าวๆ ว่ามีความยาวประมาณ 4,000 ไมล์ หรือ 6,350 กิโลเมตร ทอดผ่านทางทิศตะวันออกไปถึงทิศตะวันตก ผ่านภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงทุ่งหญ้า ทะเลทราย ความสูงของกำแพงเมืองจีนคือ 7 เมตรและกว้าง 5 เมตรและทุกๆ 300 ถึง 500 หลา จะมีป้อมบัญชาการเพื่อใช้เป็นจุดสังเกตการณ์และสับเปลี่ยนเวรยามในอดีตรวมทั้งหมด กว่า 10,000 แห่งและหอคอยเอกจำนวนนับพัน

สำหรับกำแพงเมืองจีนที่จะพาทุกท่านไปเยี่ยมชมครั้งนี้คือ ที่ "ด่านปาต้าหลิง" ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อใช้ในการปกป้องข้าศึกศัตรูเข้ามารุกรานเมืองหลวง อยู่ที่ ปักกิ่งทางตอนเหนือเป็นแนวกำแพง ที่ทอดตามแนวเทือกเขาสูง และดูมีความแข็งแกร่งยิ่งใหญ่

กำแพงเมืองจีนที่ ด่านปาต้าหลิง ถือเป็นกำแพงเมืองจีนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเพราะตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งมาทางเหนือ ประมาณ 70 กิโลเมตร จึงทำให้สามารถเดินทางมาได้โดยสะดวกและถือเป็นกำแพงเมืองจีนที่คงสภาพสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งด้วย สำหรับการเดินทางไปยังกำแพงเมืองจีนเราใช้วิธีการนั่งรถบัสประจำทางสาย 877 โดยท่ารถบัสจะอยู่ที่ Deshengmen วิธีไปให้นั่ง Subway line 2 ไปลงที่ Jishuitan subway station ให้ออกที่ B2 เพื่อเดินไปที่ป้อม Deshengmen จะเป็นท่ารถบัสจอดอยู่ ซึ่งรถจะไม่จอดตามป้าย นั่งยาวชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงกำแพงเมืองจีนเลย

การเดินขึ้นไปชมกำแพงเมืองจีนจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 วิธี คือนั่งรถ sliding car หรือ รถรางเลื่อนที่จะพาขึ้นชมยังส่วนบนของกำแพงเมืองจีน สามารถ ซื้อตั๋วไกลดิ้งทา บริเวณลานจอดรถบัสโดยจะจำหน่ายพร้อมกับตั๋วเข้าชมกำแพงเมืองจีน

วิธีที่ 2 คือ การนั่ง Cable car ซื้อรถกระเช้าไฟฟ้าพาขึ้นไปชมส่วนบนของกำแพงเมืองจีน เป็นการเดินทางที่ เรียกได้ว่าสะดวกสบายเพราะสามารถชมทัศนียภาพด้านล่างได้รอบทิศ เมื่อขึ้นมาถึงจะเป็นป้อมปราการที่เขียนว่า Gate 7 หากมองไปอีกฝั่งจะเป็นแนวกำแพงเมืองจีนฝั่งเหนือที่คดเคี้ยวสวยงามเมื่อมองขึ้นไปยังเป้าอื่นอื่นๆที่อยู่ด้านบนฝั่งใต้จะเห็นว่าเป็นทางชันมากเกือบสี่สิบห้าองศา แต่มีบันไดและราวจับสำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นไปสัมผัสวิวสูงสุด

และวิธีสุดท้ายคือการเดินขึ้นกำแพงเมืองจีนที่จะทำให้เรารู้สึกถึงการเดินทางมาเยือนกำแพงเมืองจีนอย่างแท้จริงทางเข้าจะมี 2 ประตูคือ ประตู Ju Yong Wai Zheng จะอยู่ใกล้กับลานจอดรถบัสสาย 919 และประตู Bei Men Suo Yao จะอยู่ใกล้กับลานจอดรถบัสสาย 877 ทางเดินนี้จะต้องผ่านร้านค้าและขึ้นบันไดไปก่อนด้านบนเป็นทางเดินรอบประมาณ 600 เมตร จึงจะถึงจุดจำหน่ายตั๋วเมื่อผ่านด่านตรวจตัวแล้วจะมีทางแยกให้ชมกำแพงเมืองจีนสองฝั่ง คือฝั่งทิศเหนือกับฝั่งทิศใต้ตรงกลาง จะเป็นป้อมปราการที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นแล้วค่อยชั้นขึ้นไปเรื่อยๆฝั่งเหนือจะเป็นทางที่คดเคี้ยวกว่าแล้วค่อยๆไต่ระดับความชันขึ้นไปได้เรื่อยๆ ส่วนฝั่งใต้ จะมีความคดเคี้ยวน้อยกว่าแต่ก็ชันมากกว่าเช่นกัน

ในช่วงเดือนกันยายน ถือเป็นช่วงที่อากาศกำลังดี ไม่ถึงกับหนาวมากหรือร้อนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกำแพงเมืองจีนในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะป้อมปราการด่านที่ 8 จะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวเดินไปให้ ถึงบริเวณด่านนี้เนื่องจากเป็นจุดที่อยู่สูงที่สุด ขอบอกเลยว่า ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ถือว่า ไม่ผิดหวังเลย เพราะมีทั้งความสวยงาม แนวกำแพงไต่ไปบนภูเขาสูง เหมือนกับมังกร ที่นอนหลับอยู่บนภูเขา และตลอดเส้นทาง ก็จะมี ป้ายเตือนให้เดินด้วยความระมัดระวัง เราเลือกเดินมาทางฝั่งทิศเหนือ และเดินตามทางมาจนถึงทางลงเพื่อมารอขึ้นรถบัส สาย 877 เพื่อกลับเข้าเมืองปักกิ่ง และในช่วงที่เดินไปรอรถก็จะมีร้านของฝากให้เลือกช็อป และมีน้องหมีควายให้ได้แวะเยี่ยมด้วย

ในการเดินทางมาเที่ยวชมกำแพงเมืองจีนที่ ด่านปาต้าหลิง นั้นสามารถมาชมได้ทุกฤดูกาลซึ่งก็จะมีความงดงามแตกต่างกันไปแต่ในช่วงฤดูหนาวอาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเพราะหิมะอาจจะตกทำให้ลื่นเป็นอันตราย



เรียบเรียงโดย ... "น้ำสีฟ้า" สุพัฒนา บุญธรรม 

INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     


ข่าวที่เกี่ยวข้อง Related News
812134
คนแห่ถ่ายรูป Selfie ลงเฟสและไลน์กันตรึม!! "ทุ่งปอเทือง" แลนด์ มาร์คแห่งใหม่บ้านรวมไทยพัฒนา อ.พบพระจังหวัดตาก
812009
@อ่างเก็บน้ำเขารวก อช.เขาสามหลั่น จ.สระบุรี
811577
จังหวัดจันทบุรีเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกใหม่บ้านจันตาแป๊ะ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่
811571
การเดินทาง สู่ มรดกโลกอันทรงคุณค่า ของเมืองจีน "หอบูชาฟ้าเทียนถาน"