พระบรมฯทรงรับขึ้นทรงราชย์เป็นกษัตริย์รัชกาลที่10
ข่าวราชสำนัก วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2559 22:16 น.
747423
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลอัญเชิญ องค์รัชทายาท เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่10

สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เผยแพร่ภาพพิธีกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ใหม่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าฯ 

โดย นายพรเพชร ประธาน สนช. เป็นผู้กราบบังคมทูลอัญเชิญองค์รัชทายาท เสด็จ ฯ ขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์ และทรงมีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนที่ พล.อ.เปรม จะกล่าวถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และ ประธาน สนช. และ นายรัฐมนตรี มีแถลงการณ์ต่อประชาชน จากนั้นได้มีการประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธย เป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 

นายกฯประกาศประเทศไทยมีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้วมีผลต่อเนื่องตั้งแต่13ต.ค.2559

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ประกาศให้ประชาชนชาวไทยทราบทั่วกันว่า ประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้ว ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นครองราชย์ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ร่วมเป็นสักขีในพิธีประวัติศาสตร์นี้ และทรงรับคำกราบบังคมทูลอัญเชิญ ดังที่ต่อมาได้มีประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อแจ้งประชาชนแล้ว การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันติตวงศ์ และโบราณราชประเพณีทุกประการ และเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งยังสอดคล้องกับคตินิยมในนานาประเทศที่ว่า ราชอาณาจักรย่อมไม่ว่างเว้นขาดตอนจากการมีพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการเริ่มรัชกาลใหม่ จึงมีผลต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป ณ บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงสถิตอยู่ในพระราชฐานะองค์พระรัชทายาท มาตั้งแต่ พ.ศ. 2515 นับเป็นเวลาถึง 44 ปี จึงทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 ราชวงศ์พระจักรีวงศ์ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนการจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชขัตติยประเพณีที่เรียกว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย ซึ่งมีพระราชดำริแล้วว่า ควรดำเนินการเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน ขอพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า มีพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระปิยะมหากษัตริย์นักพัฒนาเป็นอาทิ ได้โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ให้ทรงพระเจริญสถิตย์เป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อมอานาราษฎรชาวไทย และประเทศไทย ให้สามารถพัฒนาจนประสบความสำเร็จ บังเกิดความเจริญ รุ่งเรืองมีสันติสุข และความสามัคคีปรองดอง สมดังพระราชปณิธานปรารถนา ภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตราบกาล

 

ราชกิจจาฯประกาศพระรัชทายาทขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

โดยที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓ ได้บัญญัติ เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ว่า ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภา ประกาศให้ประชาชนทราบ

โดยที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้รับทราบกรณีสวรรคตดังกล่าวด้วยความโทมนัสยิ่ง โดยเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีการประชุมเพื่อรับทราบการแต่งตั้งพระรัชทายาท และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้นําความกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒ วรรคสอง ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง

จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     INN News Image     


ข่าวที่เกี่ยวข้อง Related News
823452
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชานุญาตให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิตแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ มอบความสุขแก่ประชาชน
821279
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
820724
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ "หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ" วัดชลประทานรังสฤษดิ์ - ปชช.ร่วม
820351
ผู้แทนพระองค์ เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎร ที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ปทุมธานี