INN Advertising Material - 004
นายกยันช่วยเกษตรอย่าฟังคนใส่ร้ายรบ.เร่งแก้ปัญหาน้ำ
ข่าวการเมือง วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ.2559 20:51 น.
675153
นายกรัฐมนตรี เชิญชวนคนไทยรำลึกทหารผ่านศึก ขออย่าหลงเชื่อคนให้ร้าย รบ.เร่งช่วยเกษตรกร เร่งแก้ปัญหาน้ำขอลดทำนาปรัง พร้อม กำชับขรก.สร้างความเชื่อใจกับ ปชช. 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “วันทหารผ่านศึก” เป็นวันคนไทย ทุกคนควรระลึกถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ของวีรชนใน “แนวหน้า” ที่จะเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดิน อันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่ที่อาศัย ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขจนถึงทุกวันนี้ แม้ไม่มีภัยสงคราม แต่ยังคงมีข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครอีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องทำงานนอนกลางดิน กินกลางทราย อยู่ท่ามกลางป่า เพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งวันนี้ก็มีภัยอันตรายมากมายทั้งภัยคุกคามในรูปแบบเดิม และในรูปแบบใหม่ จากการกระทำผิดกฎหมาย การก่อความไม่สงบ และการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ก็ขอให้ทุกคนได้ร่วมกันให้กำลังใจ ส่งคำอวยพร ให้พวกเขาปลอดภัย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เชิญชวน“แนวหลัง” ทุกคน ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความมีน้ำใจ ตอบแทนความเสียสละ ด้วยการอุดหนุน “ดอกป๊อปปี้” ดอกไม้สีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทหารผ่านศึก โดยการซื้อหรือการบริจาคทรัพย์ สำหรับการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อจะช่วยกันดูแลครอบครัวของเขาให้มีความสุขต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูป รูปแบบการทำงานในการร่วมมือกันสร้างชาติ ตามแนวทาง “ประชารัฐ” น่าจะเป็นการ “คืนความสุข” แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้กับคนในชาติ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ และการวางรากฐานการพัฒนาในอนาคต พร้อมกับยกตัวอย่าง ตำบลบึงปลาทู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้ลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น แสดงให้เห็นถึงทำให้เกิดความเข้มแข็งในระดับชุมชนและท้องถิ่น ที่สามารถจะเป็นแบบอย่างในการยืนบนลำแข้งของตนเองได้ พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงภัยแล้ง ว่ารัฐบาลได้ขอความร่วมมือลดการปลูกข้าวนาปรัง โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชไร่และพืชผักอายุสั้นแทน เช่น ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ก็สามารถทำให้มีรายได้ดี ซึ่งถือเป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จ ของนโยบายประชารัฐของรัฐบาล

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า อย่าไปฟังใครที่กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ช่วยเหลือเกษตรกร แต่ขอให้ถ้าทำตามนโยบาย เพราะถ้าทำตามที่แนะนำ จะเกิดผลเกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว หากพร้อมใจกันรับฟังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งอาจจะยากในระยะแรก เพราะเคยทำมานาน แต่ก็ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลลงรายละเอียดทุกเรื่อง ไม่ได้คิดเพื่อจะทำให้ทุกอย่างมันผ่าน ๆ พ้น ๆ ไป แต่หวังผลในการสร้างความเข้มแข็งระยะยาวทั้งสิ้น รวมถึงจะพยายามเร่งรัดแก้ปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำด้วย 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า รัฐ ข้าราชการ จำเป็นต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชนให้ได้ อย่าให้เขาว่าได้ว่าไม่ดูแลประชาชน ต้องแก้ไขตั้งแต่วันนี้ด้วยการบูรณาการ พบปะใกล้ชิดสม่ำเสมอ ขอขอบคุณข้าราชการที่ดี ๆ เสียสละ ทุ่มเท เหน็ดเหนื่อย ตนเอง และรัฐบาลขอเป็นกำลังใจให้

ส่วนเรื่องการสร้างชาติด้วยการปฏิรูปประเทศ ให้เจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น สถานการณ์โลกวันนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน เพราะฉะนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่อง “การพัฒนาคนและชุมชน” ใช้หลักการตามแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ทุกอย่างต้องระเบิดจากข้างใน” คือหมายถึงต้องมุ่งพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้คนและครอบครัวในชุมชน ให้มีความพร้อมที่จะรับการพัฒนาก่อน ให้มีความอยาก มีความต้องการ อยากร่วมมือด้วย ไม่ใช่เรียกร้อง หรือไม่ใช่รัฐยัดเยียดความเจริญจากสังคมภายนอกเข้าไป ต้องนึกถึงว่าความสมดุลจะเกิดได้อย่างไร 

ทั้งนี้ เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง ระบบ และรูปแบบของการทำงานร่วมกัน ทั้งข้าราชการ รัฐ ประชาชน และเอกชน ภายใต้นโยบาย “Thailand Startup” หมายความว่า รุกไปข้างหน้า เริ่มต้นให้ดี โดยจะจัดตั้ง National Startup Center ก็เพื่อจะเชื่อมโยงบัญชีนวัตกรรมที่มีอยู่ในแต่ละกระทรวงและจดทะเบียน Startup เป็น สำหรับทั้งหมด ส่งเสริมให้เหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ทั้งจากธนาคารของรัฐและเอกชน มีกองทุนร่วมลงทุนให้เกิดความเข้มแข็ง สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ด้วยกันเอง เพื่อให้เข้มแข็งไปด้วยกัน 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนชาวไทย แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้ง 2 คน คือ สาขาการแพทย์ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ มอร์ตัน เอ็ม มาวเวอร์ (Professor M. Mower) จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ร่วมคิดค้นเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติชนิดฝังในร่างกาย และคิดค้นหลักการของเครื่องรักษาหัวใจ ด้วยวิธีให้จังหวะ, สาขาการสาธารณสุข เซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต (Sir Michael Gideon Marmot) จากสหราชอาณาจักร ด้วยผลงานการศึกษาวิจัยทางระบาดวิทยา ที่เน้นสร้างความเท่าเทียมกันทางสุขภาพ ทุกเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา และฐานะทางสังคม จนนำไปสู่การกำหนดแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพและนโยบายสาธารณะของโลก ซึ่งนับว่าทั้งสองคน ได้สร้างผลงานอันมีคุณค่าแก่มวลมนุษยชนโดยรวม ขอยกย่องคุณงามความดี และความวิริยะ อุตสาหะ ใช้เวลายาวนานกว่าจะประสบความสำเร็จ 

ทั้งนี้ นายกฯ ทิ้งท้ายว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับนักวิจัยด้านการแพทย์ หรือด้านอื่น ๆ ทั้งของโลกและของไทย ของอาเซียน ในการที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้พร้อมที่จะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม มวลมนุษยชาติ ในอนาคต



ข่าวที่เกี่ยวข้อง Related News
723829
ป.ป.ช. จัดประชุมประสานความร่วมมือกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย ป้องกันและปราบปรามการทุจริต
723823
อดีตเลขาฯ อาเซียน มอง "TICA Connect" สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงร่วมมือกับประชาคมโลก
723817
กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม "TICA Connect" เปิดตัวตราสัญลักษณ์ใหม่
723815
นายกรัฐมนตรี ยัน รบ. แก้ปัญหาจัดการน้ำต่อเนื่อง แนะ ให้มองผลงาน เชื่อปัญหาภูทับเบิกมีทางออก ยันยึดตามกฎหมาย