INN Advertising Material - 004
'เขาพระวิหาร' ไทยไม่ได้-ไม่เสีย(เพิ่ม)
บทความ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 8:43น.
495088
ผลการตัดสินกรณีพื้นที่พิพาทปราสาทเขาพระวิหาร ของศาลโลก เมื่อช่วงวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปมากพอสมควร กับพื้นที่ทับซ้อน หลังจากที่ยื้ดเยื้อ และเป็นที่จับตามองของหลายๆ ฝ่าย ว่า สรุปแล้ว ไทย จะเสียดินแดนอีกหรือไม่ การยื่นให้ศาลโลกตัดสินครั้งนี้ กัมพูชา นั้นได้ยื่นร้องขอให้ศาลโลกตีความคดีดังกล่าว ในปี 2554 ตามธรรมนูญศาลโลก ข้อ 60 เรื่องข้อพิพาทในพื้นที่ใกล้บริเวณปราสาทพระวิหาร หรือที่เรียกกันว่า พื้นที่ 4.6 ตร.กม. ซึ่ง ณ เวลานี้เป็นของไทยทั้งหมด

ซึ่งปรากฏ่า ในการตัดสินประธานศาลโลก ระบุว่า ศาลโลกมีมติรับคำร้องขอของกัมพูชาที่จะตีความคำพิพากษาปี 2505 ตามรัฐธรรมนูญศาลโลก ข้อ 60 โดยให้พิจารณาตามแนวปฏิบัติที่ผ่านมา ประกอบกับ พยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย ซึ่งทำให้ศาลโลก ไม่อาจตีความเกินคำพิพากษาปี 2505 ได้

ถ้าหากมองดูแล้วตาม คำตัดสินนั้นเหมือนจะ วิน-วิน กันทั้งสองฝ่าย แต่เท่ากับ พื้นที่ อาณาบริเวณใกล้ตัวปราสาทเขาพระวิหาร ที่ได้สูญเสียไปก่อนหน้านี้ ตกเป็นของกัมพูชา โดยปริยาย แต่ทั้งนี้ มติศาลโลก ได้แนะว่า ปราสาทเขาพระวิหาร ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ 2 ประเทศ ถ้าจะให้เกิดความสงบ ควรดูแลร่วมกัน เพราะปราสาทนั้นเป็นมรดกโลก 

"ทั้งสองฝ่ายรู้สึกพอใจกับคำพิพากษาของศาล ซึ่งหลังจากนี้ จะไปหารือกับกัมพูชา ในคณะกรรมาธิการร่วมฯ ต่อไป พร้อมกับให้ นายวีรชัย พลาศัย ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความของฝ่ายไทย ได้ชี้แจง" คำให้สัมภาษณ์ของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ หลังทราบผลการตัดสินศาลโลก

ส่วนฝั่ง กัมพูชา นำโดย นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงข่าวที่กรุงพนมเปญ ว่า พอใจกับผลที่ออกมา รวมถึง พร้อมที่จะพูดคุย กับ ไทย

"ต่อจากนี้ รัฐบาลกัมพูชาและไทย จะต้องเจรจาร่วมกัน เพื่อให้ยอมรับคำตัดสินของศาลโลก และให้เกิดสันติสุข ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งต่อผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองชาติ"

ขณะที่ นายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศของกัมพูชา ระบุว่า ทางกัมพูชาก็พอใจ ซึ่งต่อไปจะต้องร่วมหารือร่วมกันโดยใช้กลไก คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-กัมพูชา หรือ เจซี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการนัดวันหารือแต่อย่างใด

นายวีรชัย ทูตไทย ที่เป็นตัวแทนไปสู้คดีเขาพระวิหาร ได้กล่าวว่า ศาลได้ตัดสินว่า มีอำนาจพิจารณาตีความตามคำร้องของกัมพูชา อย่างไรก็ตาม กัมพูชา ไม่ได้รับในสิ่งที่มาร้องขอต่อศาล คือพื้นที่ 4.6 ตร.กม. รวมทั้งพื้นที่ภูมะเขือ กัมพูชาไม่ได้ เพราะศาลไม่ได้ตัดสินเรื่องเขตแดน แต่ได้เน้นว่าเป็นพื้นที่เล็กมากๆ ซึ่งขณะนี้กำลังคำนวณอยู่ ส่วนพื้นที่ 1 ต่อ 2 แสนตารางกิโลเมตร ที่เป็นปัญหากันอยู่นั้น ศาลไม่ได้ตัดสินว่าผูกพันกับไทย ดังนั้น ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญมากๆ

ทั้งหมด ทั้งมวล ที่ศาลตัดสินไปนั้น ก็ถือได้ว่า เพลาเรื่องข้อพิพาทลงไปได้พอสมควร แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ยังชั่งใจไม่ได้เช่นกันว่า เราจะไม่เสียพื้นที่เพิ่มอีก เพราะศาลได้สรุปตอนท้ายด้วยว่า ทุกพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาท ศาลมีอำนาจตัดสิน แค่เบื้องต้นตอนนี้ ให้ไปคุยกันมาเท่านั้นเอง