INN Advertising Material - 004
'วายแอลจี'ประเมินแนวโน้มราคาทองพรุ่งนี้
ข่าวเศรษฐกิจ วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2555 15:32น.
420658
"วายแอลจี" มอง ราคาทองมีโอกาสลงต่อ หากไม่สามารถยืนเหนือ 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ถึงแนวโน้มราคาทองคำในวันพรุ่งนี้ (6 ธ.ค.) ว่า ราคาทองคำตลาดโลกหลุดแนวรับที่ระดับ 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญทางเทคนิค ส่งผลให้มีแรงขายตัดขาดทุนออกมา ซึ่งราคาดิ่งลงทะลุแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งการดิ่งลงของราคาทองคำ ทำระดับต่ำสุดนับ ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2555 ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์งบประมาณของสหรัฐฯ กำลังทำให้นักลงทุนท่าทีระมัดระวังมากขึ้น โดยมีการขายทองคำออกมา ประกอบกระแสข่าวนักลงทุนเข้าลงทุนกองทุนหุ้นสหรัฐฯ จากความคาดหวังว่า ถ้าหากนักการเมืองสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff ได้สำเร็จ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็อาจจะพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นปีหน้า 

ทั้งนี้ วายแอลจี ประเมินว่า หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงไปต่อ โดยต้องระมัดระวังโซน 1,685 - 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์  

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนที่รอซื้อทอง แนะนำให้หาจังหวะเข้าลงทุนระยะสั้นเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับต่างๆ ซึ่งการซื้อทองคำ เมื่อราคาย่อตัวลงมา ไม่ควรหลุดแนวรับ 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,720 หรือ 1,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการลงทุนออกไปก่อน โดยดูบริเวณแนวรับสำคัญถัดไปที่ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และนอกจากจะหาจังหวะการเข้าสะสมแล้ว นักลงทุนยังจำเป็นต้องประเมินขนาดการลงทุนในแต่ละรอบ เพื่อที่จะสามารถคำนวณความเสี่ยงในการลงทุนในแต่ละครั้ง ให้อยู่ในขนาดที่พอร์ตการลงทุนสามารถแบกรับได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง Related News
636584
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย หลัง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิดสิทธิ์ รับโทษสูง ปรับ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท
636581
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ มีผลบังคับแล้วคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงานทุกประเภท ป้องกันผู้อื่น ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน
636579
กระทรวงแรงงาน เปิดฝึกอาชีพอิสระ เดือนสิงหาคม ที่ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) ฟรี!! สอบถามโทร 1694
636572
กระทรวงพาณิชย์ รายงาน สต๊อกข้าวรัฐบาล เหลืออยู่ 15.11 ล้านตัน แบ่งเป็นบริโภคได้ 9.15 ล้านตัน