
4 หน่วยงานในสังกัด กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันแถลงถึง มาตรการป้องการเสพ การซื้อขาย และการสั่งการ การค้ายาเสพติดจากเรือนจำ ตามนโยบายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โดย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ระบุว่า ได้ประสานขอข้อมูลจาก กรมราชทัณฑ์ เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวการใช้โทรศัพท์มือถือในเรือนจำของ กลุ่มผู้ต้องสงสัย ทั้งกลุ่มผู้ต้องขังและผู้คุม โดยจะมีการใช้เทคโนโลยีในการดักฟังโทรศัพท์ และติดตามการเชื่อมโยงของการใช้โทรศัพท์นอกเครือข่าย นอกเรือนจำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสืบสวน และพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที
ขณะที่ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า จะมีการเก็บผล DNA ของผู้ต้องขังทุกคน รวมถึง ผู้คุมและกลุ่มผู้ต้องสงสัย เพื่อเปรียบเทียบกับผล DNA ที่พบจากโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติดที่เล็ดลอดเข้าไปในเรือนจำ ซึ่งหากพบว่า DNA ตรงกับใคร ก็จะดำเนินการทันที
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มอบหมายให้ กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ หน่วยงานหลักในการสืบสวนหาข่าว และกระบวนค้ายาเสพติดในเรือนจำ โดยพุ่งเป้าไปที่ เรือนจำความมั่นคงสูงก่อน หากพบว่ามีการกระทำผิด DSI จะมีหน้าที่ดำเนินการสอบสวนขยายผล โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การขอสอบสวนคดีพิเศษและประสานงานกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ในการตรวจหาเส้นทางการเงิน ในการที่จะยึดทรัพย์ควบคู่กับการดำเนินการเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยัน ผู้ตองสงสัยวางระเบิดหน้ารามฯ ยังอยู่ จ.นราธิวาส







