<?xml version="1.0" encoding="windows-874" ?>
 <rss version="2.0"><channel>
 <title>INN : </title><link>http://www.innnews.co.th</link>
<description>INN News Update ตลอด 24 ชั่วโมง </description>
 <language>th-TH</language>
 <lastBuildDate>Thu, 02 Sep 2010 18:07:37 +0700</lastBuildDate><copyright>Copyright 2006 www.innnews.co.th</copyright><image><title>INN News</title><url>http://www.innnews.co.th/logo.jpg</url><link>http://www.innnews.co.th</link></image>
<item><title>อสส.ถอนฟ้องวิคเตอร์บูทคดีที่2แล้ว</title><description>ร.ต.ท.โสภณ เกษมพิบูลย์ไชย พนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง นายวิคเตอร์ บูท จำเลยชาวรัสเซีย อดีตสายลับเคจีบีและนักค้าอาวุธชื่อดัง ที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีที่ศาลสหรัฐฯ โดยคดีนี้ อัยการต่างประเทศ ได้ยื่นคำฟ้องจำเลยฉบับลงวันที่ 20 ส.ค.53 ข้อหาฉ้อโกง, ข้อหาฟอกเงิน ต่อศาลอาญาที่ขอให้ขังจำเลยไว้ เพื่อส่งตัวข้ามแดน ไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยศาลอาญา ได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อผ.4/2553 และมีคำสั่งให้ขังจำเลยไว้เพื่อรอดำเนินคดีเป็นผู้ร้ายข้ามแดน 

ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งให้ สำนักงานอัยการสูงสุด ทราบว่า 
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ขอถอนคำฟ้อง เนื่องจากทราบว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ส่งตัว นายวิคเตอร์ บูท เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ข้อหาค้าอาวุธสงคราม ซึ่งเป็นไปตาม
หลักการของกฎหมาย ทางการสหรัฐฯ จึงประสงค์ขอถอนคำร้องขอฉบับที่ส่งมาภายหลัง ทั้งนี้เพื่อให้การส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นไปโดยเร็ว จึงไม่มีเหตุที่จะดำเนินคดี นายวิคเตอร์ บูท ดังกล่าวต่อไปอีก

ดังนั้น อัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลาง จึงมีคำสั่งเห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินการถอนฟ้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ผู้ร้องจึงขอให้ศาล ได้โปรดถอนฟ้องคดีดังกล่าว ของศาลอาญาด้วย ศาลรับคำร้องขอถอนฟ้องของพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ไว้พิจารณา
</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242527</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242527[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 17:41:51 +0700</pubDate> </item><item><title>นายกฯหวังประยุทธ์ทำงานเข้มแข็ง</title><description>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ ซึ่งรัฐบาลคาดว่า กองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก คนใหม่ จะสามารถขับเคลื่อนบ้านเมืองให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลได้ รวมถึงมีความเข้มแข็งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้มาตรฐานที่สูงขึ้น มีประสิทธิภาพ และพร้อมยอมรับการตรวจสอบ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูแลเรื่องความมั่นคงว่า นอกจากในส่วนของกองทัพแล้ว ทาง สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ก็ได้มีการปรับโครงสร้าง รวมถึงเตรียมเพิ่มการดูแลความมั่นคงในระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด เพราะในขณะนี้มีเพียงการขับเคลื่อนเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ในเรื่องความมั่นคง ก็จำเป็นที่จะต้องมีความขับเคลื่อนด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาระบุว่า ขอให้รัฐสภาไทย เร่งผ่านกรอบเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี โดยยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบการพิจารณา ของรัฐสภา ไม่ได้เป็นการเตะถ่วงเวลาแต่อย่างใด โดยในขณะนี้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จะมีการนัดประชุมร่วม 2 สภา ให้บ่อยครั้งขึ้น เนื่องจาก ยังมีข้อตกลงระหว่างประเทศค้างในการพิจารณากว่า 20 ฉบับ ซึ่งหากสมเด็จ ฮุนเซน ระบุว่า  จะไม่คุย 
ในการประชุมอาเซม ก็ไม่เป็นไร เนื่องจาก ยังสามารถพบกันได้ในเวทีอาเซียน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบกับความ สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา อีกครั้ง</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242511</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242511[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 16:24:49 +0700</pubDate> </item><item><title>นายกฯให้โอวาทนร.ที่มาเยี่ยมชมประชุมสภาฯ</title><description>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้โอวาทกับคณะนักเรียนโรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนแกนนำประชาธิปไตย ในสถานศึกษาของ สพฐ. ที่มาเยี่ยมชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายกรัฐมนตรี ขอให้คณะนักเรียนตั้งใจเรียนรู้เรื่องของระบบประชาธิปไตย และนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อ เพื่อให้เข้าใจระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ดี โดยเชื่อว่าการเดินทางมาศึกษาที่รัฐสภา จะทำให้เยาวชนเข้าใจระบบการเมืองที่ดีได้ 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะนักเรียน ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของสายการบินแห่งชาติ พร้อมลงนามในเครือข่ายร่วมรณรงค์ เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242486</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 14:11:48 +0700</pubDate> </item><item><title>'เทพไท'ปูดพท.เล็งส่งแกนนำเสื้อแดงลงส.ส.</title><description>นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึง กรณีที่ ส.ส. ในพรรคเพื่อไทย ได้ย้ายสังกัดไปยังพรรคอื่นเป็นจำนวนมากนั้น ตนเห็นว่า พรรคเพื่อไทย ได้มีการเตรียมให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง มาเป็น ส.ส.สัดส่วน แล้วให้ ส.ส.ที่มีอยู่แต่เดิมออกจากพรรคไป ทำให้ในพรรคเพื่อไทยขณะนี้ เต็มไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง กว่า 80 %  

ส่วนที่ นายจตุพร พรมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า เหตุระเบิดที่สถานีโทรทัศน์ NBT ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่า นายจตุพร เป็นผู้ร่วมขบวนการสร้างสถานการณ์ด้วยหรือไม่ รวมถึง กรณีที่มีการระบุถึงเหตุระเบิดว่า เป็นการยืดประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยืดเวลาการเลือกตั้ง
ออกไปนั้น ตนขอปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยากเห็นความปรองดองในชาตินั้น นายเทพไท กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเป็นผู้เริ่มปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างต่อแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก่อน</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242485</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 14:08:19 +0700</pubDate> </item><item><title>ประวิตรปัดเตรียมปฏิวัติเพื่อล้มเลือกตั้ง</title><description>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึง กรณีคนร้าย ยิงระเบิด M79 ใส่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ( NBT ) โดยระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ ดูแลตามคำสั่งของรัฐบาล ทั้งฝ่ายข่าว ทหาร ตำรวจ ก็ได้ดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด เพราะรัฐบาล ก็พยายามบริหารประเทศให้อยู่ในภาวะปกติ ซึ่งสถานการณ์โดยทั่วไปก็ดีขึ้น แต่ให้สงบคงยังไม่ได้ เนื่องจากการเมืองยังไม่นิ่ง 

ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะโยงกลุ่มการเมืองเก่า หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ และเชื่อว่าเกี่ยวกับการบริหารประเทศ พร้อมยืนยันว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ เพื่อคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้สึกหนักใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการแก้ปัญหา ต้องค่อยเป็นค่อยไปและประชาชนมั่นใจ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปะละเลย

นอกจากนี้ รมว.กลาโหม ยังยืนยันด้วยว่า ทหาร ไม่มีแนวคิดในการรัฐประหารเพื่อล้มการเลือกตั้ง เพราะทหาร ก็ยังอยากอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ  ส่วนการเลือกตั้ง จะเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องไปถามรัฐบาลและนายกฯ เอง</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242484</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242484[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 14:01:01 +0700</pubDate> </item><item><title>ในหลวงโปรดเกล้าประยุทธ์นั่งผบ.ทบ.</title><description>ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายทหารรับราชการ สนองพระเดชพระคุณ ดังต่อไปนี้

กองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญประดับ จากตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็น รองผู้บัญชาการทหารบก  พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร จากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก , พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม  จากตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก  พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ จากตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก เป็น เสนาธิการทหารบก  พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.วรรณวิทย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพน้อยภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพภาคที่ 4

กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ดิลก ทรงกัลยาณวัตร ผช.ผบ.ทอ. เป็นรอง ผบ.ทอ. พล.อ.อ. บุณยฤทธิ์ เกิดสุข รอง เสธ.ทหารเป็น ผช. ผบ.ทอ. พล.อ.อ.ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง ผบ. กรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ. คปอ.) เป็น ผช.ผบ.ทอ. 

ประกาศ  ณ วันที่ 2 ก.ย.2553 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242476</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242476[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 13:27:25 +0700</pubDate> </item><item><title>สดศรียันขอตัวอัยการว่าความคดียุบปชป.</title><description>นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึง กรณีการขอตัว นายกิตินันท์ ธัชประมุข อัยการพิเศษ ฝ่ายสำนักคดีพิเศษ ให้เข้าช่วยว่าความในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า เนื่องจาก เรื่องดังกล่าวที่ประชุม กกต. เห็นว่า
เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นครั้งแรกที่มีการยุบพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งต่างจากคดียุบพรรคการเมืองในครั้งที่ผ่านมา ที่เป็นการยุบพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง และได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่ง นายกิตตินันท์ เคยเป็นหนึ่ง
ในคณะทำงานร่วมที่พิจารณาสำนวนคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงถือว่า มีข้อมูลดีในเรื่องนี้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีการใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ทาง กกต. จึง
เห็นควรว่าให้เข้ามาช่วยว่าความในคดีนี้  

นอกจากนี้ นางสดศรี ได้กล่าวปฏิเสธในกรณีที่ขอตัว นายกิตตินันท์ ให้เข้ามา
ช่วยว่าความในคดี สาเหตุเพราะทาง กกต. เกรงว่า จะแพ้คดีหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น การขอตัวผู้ว่าความ จากอัยการที่จริงแล้ว มีการทำหนังสือขอไป ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา และการที่ให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วย 
ถือว่า เป็นเรื่องดีกว่ามือสมัครเล่น อีกทั้ง ทีมผู้รับมอบอำนาจ จาก กกต. ไม่ได้มีความรู้โดยตรงในเช่น เรื่องว่าความ</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242474</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 13:20:29 +0700</pubDate> </item><item><title>นายกชี้ตั้งโยกย้ายขรก.มท.ดุลยพินิจ รมว.</title><description>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรมของ นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่เห็นว่า การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นไปตามหลักความสามารถ ความอาวุโส โดยเฉพาะ การแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย ที่ถือว่าเป็นเรื่องตกต่ำที่สุด ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า การโยกย้ายทุกสมัยเป็นดุลยพินิจของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง จะเป็นคนคัดเลือก โดยจะเกี่ยวข้องเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายข้ามกระทรวงเท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่า รัฐบาล ได้มีการเข้มข้นในการ
ติดตามตรวจสอบ ซึ่งหากเรื่องใดมีมูลความจริง ทางรัฐบาลยินดีที่จะเปิดโอกาสให้ความเป็นธรรมและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยให้การคุ้มครองพยานส่วนกรณีข้อร้องเรียน เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่ไม่เป็นธรรมนั้น นายกรัฐมนตรี กล่ววว่า ได้มีการแต่งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน
ดำเนินการ และลงโทษรวมทั้ง เสนอหลักเกณฑ์ใหม่ให้การแต่งตั้งทำอย่างเปิดเผยสามารถตรวจสอบได้ และเสนอให้ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ให้ความเห็นชอบแล้ว
</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242473</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 13:13:57 +0700</pubDate> </item><item><title>นายกแนะคณาจารย์ควรให้ข้อมูลทางความคิด</title><description>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างปาฐกถาเรื่อง การปฏิรูปอุดมศึกษา ภายใต้บรรยากาศการปฏิรูปการเมืองไทยว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ความตื่นตัวของระบบการศึกษาเป็นที่ยอมรับ ซึ่งรัฐบาลถือเรื่องการพัฒนาคนเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีเป้าหมายที่หลากหลาย และต้องเร่งผลักดันโอกาสทางการศึกษา รวมทั้ง การศึกษาฟรี และระบบการกู้ยืมเพื่อการศึกษา 

ขณะที่ การให้ความสำคัญการศึกษา ในทศวรรษที่ 2 คือ เรื่องคุณภาพ ประกอบด้วยประการแรก ความสัมฤทธิ์ผลทางการศึกษา และประการที่ 2 ปัญหาการเชื่อมโยงระหว่างการศึกษากับเศรษฐกิจและสังคม ที่ต้องมีการปรับปรุง และประเด็นสุดท้าย ในภาวะที่บ้านเมืองประสบความขัดแย้งในหลายเหตุการณ์ มีการสะท้อนคุณภาพของคน ทำให้มีการย้อนกลับมาที่การศึกษา  ซึ่งจะทำอย่างไรที่ระบบการศึกษา จะแก้ไขปัญหาได้

ขณะเดียวกัน อยากให้คณาจารย์มีบทบาทในการให้ข้อมูลทางความคิด ที่จะมีส่วนในการสร้างค่านิยม ช่วยเตือนสติคนในสังคม  โดยเฉพาะ ผู้ที่มีส่วนได้เสีย และอยากให้ความสำคัญ อย่ามองข้าม ซึ่งคิดว่า ไม่ยากเกินไปที่จะสามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม   นายกรัฐมนตรี ได้มอบโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติอีกด้วย</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242463</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 12:18:55 +0700</pubDate> </item><item><title>ผบ.สส.สิงคโปร์ตรวจแถวทหารก่อนพบ'ประวิตร'</title><description>พล.ท.เนียว เคียน ฮง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพสิงคโปร์ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทย ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองบัญชาการ
กองทัพไทย ทั้งนี้ กองทัพไทยได้จัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสูงสุดสิงคโปร์ ณ ลานอเนกประสงค์ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ก่อนจะเข้าเยี่ยมคารวะผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทย ที่ห้องรับรอง เพื่อทำพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ ฝึกร่วมผสม ทั้งนี้ พล.อ.ทรงกิตติ  ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด 


อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทย และสิงคโปร์ จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่กระทรวงกลาโหมด้วย     
</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242462</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 12:16:11 +0700</pubDate> </item><item><title>รองฯสุเทพเผยเลื่อนสมคิดจากมติก.ตร.</title><description>นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่ ก่อนหน้านี้เกี่ยวพันกับคดีความตกเป็นผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย โดยกล่าวว่า คดีดังกล่าว ได้สิ้นสุดไปแล้ว และการแต่งตั้งครั้งนี้ เป็นไปตามกฎของ ก.ตร. พิจารณาตามความอาวุโส  ซึ่งทั้งหมดมีด้วยกัน 11 นาย  ที่จะต้องขยับเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.  ส่วนกรณีที่ ก.ตร.มีมติให้อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ในการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั้น เห็นว่า คณะกรรมการ ก.ตร. เชื่อว่า มีเหตุผลที่จะทำให้ ศาลปกครองสูงสุด สามารถเข้าใจและรับฟังได้ 

นอกจากนี้ นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะบุคคลใกล้ชิด นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ นายวิคเตอร์ บูท นักค้าอาวุธสงคราม ชาวรัสเซีย ในเรือนจำ ว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะต้องรับผิดชอบหรือไม่นั้น ตนเห็นว่า การเดินทางเข้าพบผู้ต้องหา ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องหาด้วย และโทษเป็นความผิดของ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไม่ได้</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242456</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 12:02:52 +0700</pubDate> </item><item><title>อภิวันท์ไม่แปลกใจหากประชาซบภท.</title><description>พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย  ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จะย้ายสังกัดพรรคภูมิใจไทย นั้น โดย พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายประชาในเรื่องนี้ แต่เห็นว่า หากมีการย้ายพรรคจริง ก็เป็นสิทธิ์ของ ส.ส. คงไม่สามารถห้ามได้ และไม่รู้สึกแปลกใจ เนื่องจาก ระบบการเมืองของประเทศไทย ถูกทำลายด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งนี้ หาก นายประชา ไปจริง ก็คงต้องหาคนมาแทน เพื่อเป็นการถ่ายเลือด ซึ่งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.อ.อภิวันท์ ปฏิเสธว่า การที่ ส.ส. ย้ายออกจากพรรคเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ ไม่เกี่ยวกับกระแสข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ป่วย แต่น่าจะเป็นปัญหาเรื่องความขัดแย้งในพื้นที่มากกว่า ทั้งนี้ หาก พรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล ก็เชื่อว่า จะมี ส.ส. ย้ายเข้ามาเป็นจำนวนมากเช่นกัน</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242455</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242455[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 12:01:38 +0700</pubDate> </item><item><title>บุญจงเผยประชาซบต้องเข้าที่ประชุมก่อน</title><description>นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กระแสข่าวที่ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จะย้ายสังกัดไปยัง พรรคภูมิใจไทย ว่า ตนได้มีการพูดคุยกับ นายประชา แล้ว แต่ยังคงรอการตัดสินใจจาก นายประชา อยู่ ทั้งนี้ หากมีการตอบรับว่า จะย้ายมายังพรรคภูมิใจไทย ทางกรรมการบริหารพรรค ก็ได้หารือกันถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทย จะได้เป็นพรรคใหญ่หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน  แต่ทั้งนี้ พรรคก็พยายามรักษาพื้นที่เดิมที่มีอยู่ และพยายามเพิ่มพื้นที่ของ ส.ส. ให้ได้มากขึ้นด้วย</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242453</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242453[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 11:21:55 +0700</pubDate> </item><item><title>รองฯสุเทพยันแต่งตั้งตร.รอบคอบเป็นกลาง</title><description>นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึง กรณีที่ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มีมติแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงระดับ ผู้บังคับการจังหวัด เสร็จสิ้นแล้ว 
ว่าเป็นการพิจารณาเรื่องความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลประชาชนได้อย่างเต็มที่ การแต่งตั้งโยกย้ายไม่มีการคำนึงว่า บุคคลไหนชอบสีอะไร แต่ ก.ตร. ต้องการตำรวจที่เป็นกลาง  ส่วนกรณีที่มีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นสิทธิ์แต่ละบุคคล

ด้าน ประเด็นของ นายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธสงคราม ชาวรัสเซีย นายสุเทพ กล่าวโดยย้ำว่า รัฐบาล จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยยึดคำสั่งของศาลเป็นหลัก ทั้งนี้จะพยายามระมัดระวังความสัมพันธ์กับประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศรัสเซีย แต่เชื่อว่า การปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย 2 ประเทศมหาอำนาจ จะไม่มีการโกรธเคืองประเทศไทย</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242445</link><image>http://www.innnews.co.th/politic/242445[0].jpg</image> <pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 11:06:47 +0700</pubDate> </item><item><title>ไตรรงค์เผยปัญหาค่าเงินส่งผลผู้ประกอบการ</title><description>นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดเล็ก ในวาระเรื่องค่าเงินบาทว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย มีปัญหามาก ซึ่งมาตรการที่จะใช้ดูแลนั้น ให้สอบถามจาก นายกรณ์ จาติกวณิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   และนางธาริษา วัฒนเกษ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม มากเพียงใดนั้นก็เชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น โดยภายในสิ้นปีนี้เชื่อว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยภายในปีจะโตไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 7 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัญหาหลายอย่างนั้น ก็จะต้องแก้ไขปัญหาต่อไป</description><link>http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=242431</link><image/><pubDate>Thu, 02 Sep 2010, 09:32:32 +0700</pubDate> </item></channel></rss>