:: สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.- INNNEWS.CO.TH ::
logoinnnews
 SMS News ค้นหาข่าว
 
 
 
การเมือง 13   ธันวาคม   2552   09:05:01
 
รัฐยันบินขนอาวุธไม่เกี่ยวความมั่นคงภายใน
 

นายกฯ ยัน จะดำเนินการกับเครื่องบินขนอาวุธ ตามหลักสหประชาชาติ และกฎหมายไทย พร้อมเตรียมแจ้งทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง
ด้าน รองนายกฯสุเทพ ชี้ การจับเครื่องบินขนอาวุธ ไม่เกี่ยวความมั่นคงในไทย ยืนยันจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและอธิบายนานาชาติชาติได้




นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะดำเนินการกรณีเครื่องบินขนอาวุธไปตามมติสหประชาชาติ และ
หลักกฎหมายไทย ซึ่งการสอบสวนมีความคืบหน้า จะสามารถตั้งข้อหาได้เร็วๆ นี้ โดยเบื้องต้นเป็นข้อหา เรื่องการสำแดงเท็จ และเรื่องอาวุธ ส่วนของกลางจะต้องยึดไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบตามหลักสากล และจึงจะพิจารณาเรื่องการทำลายอีกครั้ง
พร้อมต้องแจ้งทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เกาหลีที่เป็นเจ้าของอาวุธผู้ต้องหา ที่เป็นชาวคาซัคสถาน และเบรารุส
รวมถึงเครื่องบินของจอร์เจีย ทั้งนี้ เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องล่วงหน้าก่อนเล็กน้อย การประสานของสหรัฐอเมริกา โดยทราบว่าเครื่องดังกล่าว จะลงใน วันศุกร์ที่ 11 เพื่อเติมน้ำมัน และจุดต่อไป คือ ศรีลังกา แต่ไม่ทราบปลายทาง ขณะเดียวกันยังย้ำว่า ไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้นอาวุธครั้งนี้ และจะต้องทำหนังสือแจ้งสหประชาชาติต่อไป

นายกรัฐมนตรี ยังแปลกใจที่มีก๊าซรั่วซ้ำที่มาบตาพุด โดยจะให้แจ้งรายละเอียดมา เพราะเป็นการตอกย้ำความไม่มั่นใจใน
การลงทุนและให้เร่งชี้แจงกับภาคเอกชนเพราะเป็น 65 โครงการ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไม่ตอบกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาที่พระราชทานอภัยโทษ
ให้กับ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย


ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวภายหลังปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นชุมชนที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่จับกุมเครื่องบินขนอาวุธ โดยยืนยันว่า เรื่องดังวกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจน แต่ขณะนี้ตนต้องระมัดระวังในการพูดจา เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเรื่องระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันไทยจะต้องรายงานต่อองค์การสหประชาชน หรือ ยูเอ็น ด้วย รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องแจ้งให้ประเทศที่คนร้ายถือสัญชาติทราบ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวไม่ต้องกังวลว่าจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน เพราะรัฐบาลจะดูแลอย่างดีรวมทั้งดำเนินการอย่างโปร่งใสสามารถอธิบายกับประเทศต่างๆได้

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงบกล่าวอีกว่า การสอบสวนจะมีเพียงเจ้าหน้าที่ของไทยเท่านั้นเพราะเป็นเรื่องอธิปไตยไทย


ขณะที่ น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษก ทอ. เปิดเผย ความคืบหน้า การตรวจสอบอาวุธสงครามร้ายแรงที่ 5 ผู้ต้องหา ชาวต่างชาติ ลักลอบขนมาทางเครื่องบินลำเลียง วานนี้ ว่าล่าสุด เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบอาวุธดังกล่าวแล้ว โดยพบว่า เป็นอาวุธหนัก ที่ใช้ในการทำสงคราม หรือออกรบ และก่อเหตุร้ายแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอาวุธเสร็จสิ้นแล้ว และรายงานผล ให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรับทราบแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากจะกระทบต่อรูปคดีได้ ส่วนการดูแลรักษานั้น ทาง คลังสรรพาวุธ กองบิน 4 ทหารอากาศ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ได้มีการจัดกำลังเวรยาม เฝ้าดูแลอาวุธดังกล่าวอย่างดี เนื่องจากเป็นอาวุธที่รุนแรง และเป็นพยานสำคัญในคดีดังกล่าว ซึ่งผู้ที่เฝ้าดูแลก็มีความเชี่ยวชาญในการดูแลและตรวจสอบอาวุธประเภทนี้

อย่างไรก็ตาม อาวุธดังกล่าวนั้น ถูกจัดเก็บภายในคลังอย่างดี และประชาชน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ ที่อาศัยในคลังสรรพาวุธก็ไม่สามารถทราบได้ว่า ถูกจัดเก็บไว้คลังใด ซึ่งมีการดูแลอย่างแน่นหนา ด้านพนักงานสอบสวนกองปราบปรามก็เตรียมสอบปากคำ 5 ผู้ต้องอีกครั้ง พร้อมประสานร่วมสอบปากคำด้วย


ส่วน ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา กองบังคับการปราบปราม เช้านี้ เจ้าหน้าที่จากสถานีคาซัคสถาน 2 คน ได้เดินทางขอเข้าเยี่ยม
ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน อีกครั้ง หลังได้เข้าเยี่ยมเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หลังผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้ลักลอบขนอาวุธ
สงครามร้ายแรง อาทิ ท่อยิงจรวดขีปนาวุธ หัวรบขีปนาวุธ หัวจรวดรบอาร์พีจี มากับเครื่องบิน เพื่อแวะเติมน้ำมันใน
ประเทศไทย และถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ในวานนี้ โดยเช้าวันนี้ ได้ใช้เวลา พูดคุยกันประมาณ 30 นาที หลังจาก
เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา ได้จัดอาหารเช้า เป็นไส้กรอก กับไข่ดาว ให้กับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ด้วย ซึ่งผู้ต้องหา
ทั้ง 5 คน ยังไม่มีอาการวิตกกังวลใจแต่อย่างใด ขณะที่บริเวณด้านหน้าห้องควบคุม เจ้าหน้าที่จากสถานทูตคาซัคสถาน
ได้อยู่พูดคุย และเจรจากันต่อ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันนี้ สถานการณ์สอบสวนกองปราบปราม จะเรียกสอบปากคำ
ผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง

รักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม เข้าสอบปากคำ 5 ผู้ต้องหา ขนอาวุธสงครามร้ายแรงแล้ว ด้านผู้ต้องหาหน้า
เครียด เดินเข้าห้องน้ำตลอดเวลา

ขณะที่ พ.ต.อ.สุทธิสาร ภักดีนฤนารถ รักษาการผู้บังคับการกองบังคับการกองปราบปราม พร้อมพนักงานสอบสวนกอง
ปราบปรามได้เรียกสอบปากคำ ผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน ที่ลักลอบขนอาวุธสงครามร้ายแรงข้ามประเทศวานนี้แล้ว โดยผู้
ต้องหา ทั้ง 5 คน มีสีหน้าเคร่งเครียด อย่างเห็นได้ชัด และได้ขอเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่ระหว่างการให้ปากคำ
ได้มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตคาซัคสถาน 2 คน และพูดคุยกับผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน พร้อมกับล่าม ได้เดินทางเข้ามายังห้อง
สอบปากคำด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับบรรยากาศภายในห้องฝากขัง ขณะนี้ เป็นไปอย่างเคร่งเครียด ในขณะที่บริเวณ
ด้านหน้าห้อง ได้มีสื่อมวลชน ทยอยเดินทางเข้ามาทำข่าว เป็นจำนวนมาก


ทั้งนี้ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ภายหลังเดินทางเข้าฟังการสอบปากคำผู้ต้องหา 5 ราย ลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามประเทศ ที่กองบังคับการปราบปราม โดยกล่าวว่า ขณะนี้ ผลการสอบปากคำ มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะทำการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จ ในวันนี้ โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 13.00 น. จะนำเข้าที่ประชุมร่วมกับรัฐบาล โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธาน พร้อมแถลงผลการณ์สอบสวนอีกด้วย สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำฝากขัง ที่ศาลอาญารัชดาเป็นนัดแรกก่อน เวลา 10.00 น. วันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของไทย รักษาสิทธิมนุษยชน ดูแลเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า และห้องน้ำด้วย ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ยังคงให้การปฏิเสธ ก็ไม่มีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการขนอาวุธครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง


โฆษก สตช. เผย ทูตคาซัคสถาน ขอทราบขั้นตอนประกันตัว 5 โจร ขนอาวุธ ด้านรักษาการผู้การกองปราบ ปฎิเสธ
ผลสอบเอี่ยวแก๊งค้าอาวุธ บอกรอรัฐบาลแถลงทีเดียว

ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากสถานทูตคาซัคสถาน ที่เดินทาง
มาร่วมสอบปากคำ พร้อมกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้มีความพยายามขอสอบกระบวนการและ
ขั้นตอนทางกฎหมายของไทย โดยเฉพาะการขอยื่นประกันตัวของผู้ต้องหา ในชั้นศาลในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตนได้อธิบายและ
ชี้แจงให้กับเจ้าหน้าที่สถานทูตทราบทั้งหมดแล้ว พร้อมกับได้แจ้งให้ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะคัดค้านการประกันตัว
ในชั้นศาลด้วย แต่ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถกระทำได้ ทั้งนี้ มีส่วนของผู้ต้องหายังคงยืนยัน ให้การปฏิเสธ โดย
กล่าวเพียงว่า จะให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.สุทธิสาร ภักดีนฤนาถ รักษาการผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับ
การลักลอบขนอาวุธสงคราม ในครั้งนี้ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหรือองค์กรใดบ้าง โดยกล่าวเพียงว่า ให้รอฟัง
ผลการชี้แจงจากรัฐบาลเท่านั้น ขณะที่ยืนยันว่า การสอบปากคำจะแล้วเสร็จก่อนเวลา 12.00 น. วันนี้

ตำรวจกองปราบ พัก การสอบปากคำ 5 โจร ขนอาวุธสงคราม เจ้าตัวยังปากแข็ง ยัน รับจ้างขับเครื่องบินเท่านั้น

ขณะที่ กองบังคับการปราบปราม หลังพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้สอบปากคำ ผู้ต้องหา ลักลอบ
ขนอาวุธสงครามทั้ง 5 ราย ผ่านไปนานกว่า 4 ช.ม. ซึ่งจากการสอบปากคำ ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจาก มีปัญหาด้าน
ภาษาที่ต้องใช้ระยะเวลา ในการทำความเข้าใจกัน โดยล่าสุด พนักงานสอบสวน ได้เปิดโอกาส ให้ผู้ต้องหา พักรับ
ประทานอาหาร ซึ่งประกอบด้วย ข้าวผัดกุ้ง พร้อมไก่ทอด ผลไม้เป็นแตงโม พร้อมกับอนุญาตให้เข้าห้องน้ำ เพื่อ
ผ่อนคลายความตึงเครียดลง ขณะที่ ผู้ต้องหา ยังคงให้การปฏิเสธ โดยให้การเพียงว่า เป็นคนรับจ้างขับเครื่องบิน
เท่านั้น แต่ไม่ทราบว่า มีอาวุธสงครามในเครื่องบินลำดังกล่าว ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิสาร ภักดีนฤนาถ รักษาการผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ยังคง
ดูแลการสอบสวน พร้อมดำเนินความสะดวก ให้กับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตคาซัคสถาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบปากคำ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 14.00 น. วันนี้

ที่กองบังคับการปราบปราม หลังพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ใช้เวลาการสอบปากคำผู้ต้องหา
ขนอาวุธสงคราม นานกว่า 15 ช.ม. แล้ว ล่าสุด จากการสอบสวนเชิงลึก ทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ให้การและได้
นำเครื่องบิน ดังกล่าว ออกจากประเทศ ยูเครน และได้แวะเติมน้ำมัน ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน มุ่งหน้าสหรัฐอาหรับ
เอมิเรตส์ หรือ UAE ผ่านกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปยังกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ เพื่อขนอาวุธสงคราม
จากนั้น ได้เดินทางสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อแวะเติมน้ำมัน แต่ถูกทางการไทย เข้าควบคุมตัว พร้อมของกลางไว้ได้
ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังประเทศศรีลังกา ผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีจุดมุ่งหมายปลายทาง ที่ประเทศยูเครน
อย่างไรก็ตาม ภายในห้องสอบปากคำพนักงานสอบสวน และเข้าสอบปากคำผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งบรรยากาศยังคงเป็นไปอย่างตรึงเครียด ทั้งนี้ สอบปากคำเสร็จแล้ว ผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน จะถูกคุมขังไว้ ที่ห้อง
ควบคุมผู้ต้องหา ที่กองบังคับการปราบปราม อีก 1 คืน ก่อนนำตัวไปฝากขัง ที่ศาลอาญารัชดา ในวันนี้ เวลา 10.00 น.


ตำรวจกองปราบ เค้นสอบ 5 ผู้ต้องหา ขนอาวุธเสร็จแล้ว ให้การปฏิเสธทุกข้อหา พรุ่งนี้ 13.00 น. รองนายกฯ สุเทพ
เรียกประชุมทีมสอบหาความชัดเจน

ขณะที่ กองบังคับการปราบปราม หลังพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ใช้เวลานานกว่า 10 ช.ม. สอบปากคำ ผู้ต้องหา ลักลอบขนอาวุธสงครามร้ายแรง จากประเทศเกาหลีเหนือ โดยมีจุดมุ่งหมายที่ ประเทศยูเครน ซึ่งได้แวะเติมน้ำมัน ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจค้น และควบคุมตัวได้วานนี้

ทั้งนี้ หลังสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป โดยประกอบด้วยนักบิน 2 คน เนวิเกเตอร์ 1 คน ช่างเทคนิค 1 คน และช่างเครื่อง 1 คน ซึ่งทั้งหมด ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับกระบวนการ ขนอาวุธดังกล่าว ซึ่งยังคงยืนยันว่า เป็นเพียงพนักงานรับจ้างขับเครื่องบิน
เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปคุมขังต่อที่ห้องควบคุม
ผู้ต้องหา กองบังคับการปราบปราม ซึ่งผู้ต้องทั้ง 5 คน มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย หลังจากให้ปากคำ ทั้งนี้ สำหรับความ
คืบหน้าเกี่ยวกับการติดตามขั้นการลักลอบขนอาวุธเถื่อนครั้งนี้ จะมีความชัดเจนในวันพรุ่งนี้ หลัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เตรียมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในเวลา 13.00 น.



 

 
 จำนวนผู้อ่าน 4579 คน
จำนวนผู้ตอบ  0 คน  
ยังไม่มีความเห็นกับหัวข้อข่าวนี้ค่ะ
 
กลับไปหน้าแรก หน้า << 1 >>  

กติกา
โปรดอ่านกติกา
สำนักข่าว INN ไม่อนุญาตให้นำข่าว,รูป, เสียง และ เนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด ออกไปเผยแพร่ที่เว็บไซต์ใด ๆ ซึ่งทาง INN ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆ ของเว็บนั้น และ ไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เพราะข่าวนั้นทางกองบรรณาธิการข่าว อาจมีการแก้ไขใหม่ให้มีเนื้อหาที่สมบูรณ์ขึ้น หรือ ผู้คัดลอกมีการคัดลอกในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้เนื้อหาไม่สมบูรณ์ หรือ มีต่อเติมเนื้อหาใดๆ เพิ่มเติม ยกเว้น ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักข่าว INN

สำนักข่าว INN ไม่อนุญาตให้นำข่าว,รูป, เสียง และ เนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด ไปใช้ในทางธุรกิจ และ การหาโฆษณาเข้าเว็บไซต์ ต่างๆ แม้จะอ้างอิงแหล่งที่มาก็ตาม หากฝ่าฝืนทาง INN จะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย ยกเว้น ได้รับการอนุญาตจาก สำนักข่าว INN เป็นลายลักษณ์อักษร
 
 
ข่าวล่าสุดในหมวด
 
อสส.ถอนฟ้องวิคเตอร์บูทคดีที่2แล้ว
นายกฯหวังประยุทธ์ทำงานเข้มแข็ง
นายกฯให้โอวาทนร.ที่มาเยี่ยมชมประชุมสภาฯ
'เทพไท'ปูดพท.เล็งส่งแกนนำเสื้อแดงลงส.ส.
ประวิตรปัดเตรียมปฏิวัติเพื่อล้มเลือกตั้ง
 
 
ข่าวน่าสนใจอื่นๆ




 
 
 
Untitled Document
 
 
 
 
 
 

 

 
 

 

 
 
 
 
pearleus